http://www.consumerprotection.or.th
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 สิทธิและหน้าที่ของผู้บริโภค  เกี่ยวกับสมาคม  ผลการดำเนินงาน  สมัครสมาชิก  ติดต่อเรา
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
สาระน่ารู้เกี่ยวกับผู้บริโภค
ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ด้านบริการทางการแพทย์
ด้านอสังหาริมทรัพย์
ด้านอื่น ๆ
บทความ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง





ทรงพระเจริญ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม 
ข้าพระพุทธเจ้า สมาคมพิทักษ์ประโยชน์ผู้บริโภค

สมาคมพิทักษ์ประโยชน์ผู้บริโภค สนับสนุน
รณรงค์  " รักษ์โลก ร่วมใจ เลิกใช้โฟมและพลาสติค  "

ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณขยะพลาสติกและโฟมมากถึง 2.7 ล้านตัน/เฉลี่ย 7,000 ตัน
ต่อวัน แบ่งเป็นถุงพลาสติกร้อยละ 80 หรือ 5,300 ตันต่อวันหรือประมาณ 2 ล้านตัน ส่วน
เหลือเป็นขยะโฟมประมาณ 700,000 ตัน ใช้เวลาย่อยสลายยาวนานถึง 450 ปี ทั้งนี้ พบว่า
ขยะพลาสติกร้อยละ 50 กำจัดไม่ถูกวิธี ที่สำคัญขยะพลาสติกและโฟมหากใช้วิธีฝังกลบจะ
ใช้พื้นที่มากกว่าขยะปกติถึง 3 เท่า ซึ่งหากนำไปเผาทำลายจะทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างมาก
รวมทั้งมีสารตกค้างในสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก เนื่องจากถุงพลาสติกทำจากเม็ดปิโตรเลียม
ทำให้มีการปนเปื้อนของสารตกค้างในดินและน้ำ ส่งผลก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก สาเหตุ
ของภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน
สำหรับปริมาณขยะของไทยมีประมาณ 27 ล้านตัน เป็นขยะที่กำจัดไม่ถูกวิธี 13.5 ล้านตัน ,
กำจัดถูกวิธี 8 ล้านตัน และขยะที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ หรือ รีไซเคิล 5 ล้านตัน ดังนั้น
หากประเทศไทย ช่วยกันลดถุงพาสติกคนละ 1 ใบต่อวัน ภายใน 1 ปี จะช่วยลดถุงพลาสติก
ได้ถึง 24,455 ล้านใบ ช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งต้นเหตุของการเกิดก๊าซเรือน
กระจก และช่วยให้สัตว์ต่างๆ รอดตายจากการกินถุงพลาสติกกว่า 100,000 ตัวต่อปีด้วย
ที่มา: สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://nwnt.prd.g
  

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารก และเด็กเล็ก พ.ศ.2560

พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารก และเด็กเล็ก พ.ศ.2560 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยจะมีผลบังคับใช้ในอีก 60 วัน

วันที่ 11 ก.ค.2560 เว็ปไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารก และเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 มีสาระ
สำคัญเพื่อควบคุมการโฆษณา รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการ การให้ข้อมูลอาหาร ซึ่งหมายถึง นม หรือผลิตภัณฑ์อื่นที่ใช้เป็นอาหาร อาหารเสริม
เด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 12 เดือน และเด็กเล็กที่มีอายุระหว่าง 12 เดือน - 3 ปี

โดยข้อห้ามสำคัญคือ ห้ามโฆษณาอาหารสำหรับเด็กเล็กที่เข้าข่ายสร้างความเชื่อมโยง และทำให้เกิดความเข้าใจว่าเป็นอาหารสำหรับทารก หรือเหมาะ
สำหรับใช้เลี้ยงทารกในสื่อโฆษณา

ส่วนการส่งเสริมการตลาดนั้น ห้ามผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่ายหรือตัวแทน กระทำการ 4 ข้อ ได้แก่

1.ห้ามแจกหรือให้คูปองหรือสิทธิส่วนลด ขายพ่วงแลกเปลี่ยนหรือให้ของขวัญของรางวัล

2.ห้ามแจกอาหาร และอาหารตัวอย่างไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

3.ห้ามให้อาหารสำหรับทารกหรือเด็กเล็ก แก่หญิงตั้งครรภ์ หญิงที่มีบุตรเป็นทารกหรือเด็กเล็ก หรือบุคคลในครอบครัว

4.ห้ามติดต่อหญิงตั้งครรภ์ หญิงที่มีบุตรซึ่งเป็นทารกหรือเด็กเล็ก หรือบุคคลในครอบครัว เพื่อส่งเสริม สนับสนุนหรือแนะนำให้ใช้อาหารสำหรับทารก
หรือเด็กเล็ก

ขณะที่พฤติกรรมและข้อห้ามของผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่ายหรือตัวแทนจำหน่าย มีข้อห้ามอย่างเด็ดขาดใน 4 เรื่อง ได้แก่ 

1.เสนอของขวัญ เงิน สิ่งจูงใจ หรือประโยชน์อื่นใดแก่บุคลากรด้านสาธารณสุข เว้นแต่การทำตามประเพณีหรือธรรมจรรยาตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์
และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกำหนด

2.จัดหรือให้การสนับสนุนการประชุม อบรม สัมมนาวิชาการเกี่ยวกับอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก แก่หน่วยบริการสาธารณสุข บุคลากรด้านสาธารณสุข
หญิงตั้งครรภ์ หรือหญิงที่มีบุตรที่เป็นทารกหรือเด็กเล็ก เว้นแต่เป็นการสนับสนุนองค์กรวิชาชีพด้านสาธารณสุขและสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่มีการเรียน
การสอนเกี่ยวกับสุขภาพของแม่และเด็ก ตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

3.สาธิตหรือสนับสนุนการสาธิตการใช้อาหารสำหรับทารกหรือเด็กเล็กในหน่วยบริการสาธารณสุขหรือสถานที่อื่นใดเพื่อหวัง
ประโยชน์ทางการค้า ซึ่งประเด็นข้อห้ามดังกล่าวยกเว้นกับการรักษาทารกหรือเด็กเล็กในทางการแพทย์

4.บริจาคอาหารสำหรับทารกหรือเด็กเล็กให้กับหน่วยบริการสาธารณสุขหรือบุคลากรด้านสาธารณสุข ยกเว้นการบริจาคเพื่อผู้ป่วย
เฉพาะโรค หรือผู้มีความผิดปกติของร่างกาย และการบริจาคในกรณีจำเป็น

ขณะที่บทกำหนดโทษผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จำหน่ายอาหารสำหรับทารก หรือตัวแทน จะมีอัตราโทษปรับต่อพฤติกรรม ๆ ละ
1 แสน ไปจนถึง 3 แสนปรับ สำหรับโทษที่พบการโฆษณาชี้ชวนจะมีบทลงโทษที่หนัก คือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน
1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือปรับอีกวันละไม่เกิน 1 หมื่นบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

ส่วนการตรวจสอบการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ที่รัฐมนตรีมอบหมาย หากผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติงานของ
เจ้าหน้าที่ให้ถือว่ามีความผิด ต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 
 
https://news.thaipbs.or.th/content/264252
คลิกดู ประกาศราชกิจจานุเบกษา พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารก และเด็กเล็ก พ.ศ.2560   

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 388 พ.ศ. 2561 เรื่องกำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 388 พ.ศ. 2561 เรื่องกำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย โดยปรากฏ
หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนว่า กรดไขมันทรานส์ (Trans Fatty Acids) จากน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partially
Hydrogenated Oils) ส่งผลเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 6 (8)
แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนและอาหารที่มีน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนเป็นส่วนประกอบ เป็นอาหาร
ที่ห้ามผลิต น้ำเข้า หรือจำหน่าย

ข้อ 2 ประกาศฉบับนี้ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

"ไขมันทรานส์" คืออะไร? มีในอาหารใด? อันตรายอย่างไร?

หลังจากราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องกำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายกรดไขมันทรานส์
(Trans Fatty Acids) จากน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partially Hydrogenated Oils) เพราะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่
ปรากฏชัดเจนว่า ไขมันทรานส์ ส่งผลเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด Sanook! Health จึงรวบรวมเรื่องน่ารู้ รวมถึงอันตราย
ของไขมันทรานส์ 

ไขมันทรานส์ คืออะไร?

ไขมันทรานส์ (trans fat) เป็นหนึ่งในประเภทของไขมันทั้งหมดที่มีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภทคือ ไขมันอิ่มตัว ไขมันไม่อิ่มตัว และไขมันทรานส์ ที่มีส่วน
ประกอบหลักคือ กรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีโครงสร้างชนิดทรานส์ พบได้เล็กน้อยจากไขมันในเนื้อสัตว์ และนม แต่ส่วนใหญ่ไขมันทรานส์จะเป็นไขมันที่
ได้จากการสังเคราะห์ระหว่างกระบวนการผลิตอาหาร โดยการเติมไฮโดรเจนเข้าไปในน้ำมันพืช เพื่อทำให้น้ำมันพืชแข็งตัวมากขึ้น และทำให้ไขมันที่
ได้ดังกล่าวช่วยยืดอายุของอาหารได้มากขึ้น และเพิ่มความคงตัวของรสชาติอาหารได้ นอกจากนี้ยังมีราคาถูกกว่าไขมันทั่วไป ดังนั้นวงการอุตสาห
กรรม หรือผู้ประกอบการต่างๆ จึงนิยมใช้อาหาร หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไขมันทรานส์มาประกอบอาหาร
 

อาหาร หรือส่วนประกอบของอาหารที่มีไขมันทรานส์ ได้แก่

เนยขาว มาร์การีน ครีมเทียม ครีมเทียมข้นหวาน (ที่นิยมนำมาใช้ทำขนม ผสมเครื่องดื่มต่างๆ แทนเนยสด ครีมจริง หรือนมข้นหวานล้วน) ดังนั้นเราถึง
พบอาหารที่มีไขมันทรานส์สูงในอาหารตระกูลขนมหวานฝรั่งอย่าง คุกกี้ เค้ก โดนัท วิปครีม พาย ขนมกรุบกรอบต่างๆ อาหารฟาสต์ฟู้ดต่างๆ เครื่องดื่ม
ต่างๆ และอาหารที่มีส่วนประกอบที่กล่าวไว้ข้างต้นทั้งหมด

นอกจากนี้ หากคิดว่าสามารถพลิกดูส่วนประกอบของอาหารจากตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการที่ผลิตภัณฑ์แล้ว แม้ว่าจะพบว่ามี Trans Fat หรือ
ไขมันทรานส์เป็นเลข 0 แต่ก็ไม่ได้หมายความในอาหารนั้นๆ จะไม่มีไขมันทรานส์อยู่เลย เพราะผู้ผลิตอาศัยช่องโหว่ของการจำกัดตัวเลขในฉลากบรรจุ
ภัณฑ์ว่า หากมีปริมาณของส่วนประกอบนั้นๆ น้อยกว่า 1 กรัมกล่าวคือตั้งแต่ 0.9 กรัมเป็นต้นไป จะสามารถปัดตัวเลขให้เหลือแค่ 0 โดยไม่ต้องแสดง
จุดทศนิยมได้ ดังนั้นในหลายๆ ผลิตภัณฑ์จึงอาจจะมีไขมันทรานส์ได้มากถึง 0.9 กรัมต่อ 1 หน่วยบริโภคนั่นเอง หากผลิตภัณฑ์นั้นๆ ใส่ในบรรจุภัณฑ์ที่
แสดงอาหารทั้งหมดมี 2 หน่วยบริโภค คือต้องแบ่งทาน 2 ครั้ง นั่นอาจหมายถึงมีความเป็นไปได้ว่าเราอาจมีความเสี่ยงที่จะทานไขมันทรานส์เข้าไปมาก
ถึง 1.8 กรัมนั่นเอง (หากเราทานคนเดียวหมดทั้งห่อ/กล่องนั้นๆ) แม้ว่าในฉลากของผลิตภัณฑ์จะแสดงตัวเลขว่ามีไขมันทรานส์ 0 กรัม นั่นเอง

อันตรายของไขมันทรานส์

การทานอาหารที่มีส่วนผสมของไขมันทรานส์มากๆ หรือติดต่อกันนานๆ อาจส่งผลเพิ่มความเสี่ยงอันตรายต่อร่างกาย ดังนี้

  • โรคอ้วน

  • หัวใจ และหลอดเลือด เช่น หัวใจขาดเลือด หลอดเลือดหัวใจตีบ/ตัน

  • หลอดเลือดสมองตีบ/ตัน

  • ไขมันในเลือดสูง

  • โรคเบาหวาน

  • ความดันโลหิตสูง

  • โรคสมองเสื่อม หรืออัลไซเมอร์

  • จอประสาทตาเสื่อม

  • นิ่วในถุงน้ำดี

ซึ่งโรคเหล่านี้อันตราย และหากมีอาการรุนแรงจะส่งผลต่อชีวิตได้ภายในเวลาไม่กี่นาที หากเราทานอาหารที่มีไขมันทรานส์ค่อนข้างมาก และไม่เคย
ตรวจสุขภาพหาค่าไขมันในเลือดมาก่อน

ลด ละ เลิก การทานไขมันทรานส์

อาจจะเป็นเรื่องยากหากเราไม่ได้ซื้อวัตถุดิบมาปรุงอาหารเอง หรือในท้องตลาดอาจจะมีวัตถุดิบที่ปราศจากไขมันทรานส์ได้น้อย แต่หลังจากมีการ
ประกาศให้ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีไขมันทรานส์หยุดการผลิต จำหน่าย และเร่งปรับปรุงสูตรเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ประกอบอาหารที่ไม่มี
ไขมันทรานส์ได้แล้ว (ใช้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนเต็มส่วน หรือ Fully Hydrogenated Oils แทน) เชื่อว่าคนไทยน่าจะหาอาหาร หรือ
วัตถุดิบทำอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายมากยิ่งขึ้น แม้ว่าจะต้องแลกมากับต้นทุนค่าใช้จ่ายที่อาจจะสูงบขึ้น แต่หากเราได้ทานอาหาร และขนมที่ดีต่อ
สุขภาพมากขึ้น คนไทยก็จะได้ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ น้อยลงเช่นเดียวกัน

https://www.sanook.com/health/11917/

                                   

                                                                        

                                                                   

                                                     

                                                                                

                                             

 

อย.เข้มตรวจผักสดและผักไฮโดรโปนิกส์

| อ่าน 0 ครั้ง
อย.เข้มตรวจผักสดและผักไฮโดรโปนิกส์ อย. เผย มีการตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในผักสดและผักไฮโดรโปนิกส์...

 
   

เช็กลิสต์ไขมันทรานส์ พบในขนมชนิดใดบ้าง ทราบแล้วเลี่ยง !

| อ่าน 0 ครั้ง
เช็กลิสต์ไขมันทรานส์ พบในขนมชนิดใดบ้าง ทราบแล้วเลี่ยง ! ไขมันทรานส์แฝงอยู่ในขนม เบเกอรี่ใกล้ตัวเราห...

 
 

5 อันดับอาหาร "ไขมันทรานส์สูง" เสี่ยงโรคหัวใจ

| อ่าน 0 ครั้ง
5 อันดับอาหาร "ไขมันทรานส์สูง" เสี่ยงโรคหัวใจ รู้จัก 5 อันดับอาหารใกล้ตัวที่มี "ไขมันทรานส์"สูงเกิน...

 
   

เผยอาหารและผลิตภัณฑ์ที่มี”ไขมันทรานส์สูง” ตัวร้ายทำเสี่ยงเกิ...

| อ่าน 0 ครั้ง
เผยอาหารและผลิตภัณฑ์ที่มี”ไขมันทรานส์สูง” ตัวร้ายทำเสี่ยงเกิดโรคหัวใจ-หลอดเลือด กำลัง...

 
 

5 เหตุผลที่ต้องเลิกกินอาหาร ‘ไขมันทรานส์’

| อ่าน 0 ครั้ง
5 เหตุผลที่ต้องเลิกกินอาหาร ‘ไขมันทรานส์’ในที่สุดไทยก็มีกฎหมาย ห้ามผลิต จำหน่าย และนำเข้...

 
   

ภาคธุรกิจตอบรับประกาศยกเลิก “ไขมันทรานส์” แม้ต้นทุนการผลิตสู...

| อ่าน 0 ครั้ง
ภาคธุรกิจตอบรับประกาศยกเลิก “ไขมันทรานส์” แม้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น หลังกระทรวงสาธารณสุข ...

 
 

ไขมันทรานส์คืออะไร พบได้ในไหน ทำไมถึงอันตราย ใช้อะไรแทน

| อ่าน 0 ครั้ง
ไขมันทรานส์คืออะไร พบได้ในไหน ทำไมถึงอันตราย ใช้อะไรแทน แค่เรารับประทานอาหารที่ผ่านการทอด หรือมีน้ำ...

 
   

ไขมันทรานส์ คืออะไร ? ทำความเข้าใจไขมันที่กำลังจะถูกแบน

| อ่าน 0 ครั้ง
ไขมันทรานส์ คืออะไร ? ทำความเข้าใจไขมันที่กำลังจะถูกแบน ภายในเดือน ม.ค. 2562 กรดไขมันทรานส์ หรือที่...

 
 

“อาการหลอน คลุ้มคลั่ง”

(08/06/2561)
“อาการหลอน คลุ้มคลั่ง” ต้องพบแพทย์ด่วน! โดย Thianthip Diawkee กรมสุขภาพจิตเผยผู้ที...

 
   

เข่าเสื่อม

(08/06/2561)
เข่าเสื่อม โดย Thianthip Diawkee เข่าเสื่อมเป็นโรคที่พบได้บ่อย ในคนสูงอายุและคนอ้วน มักจะเป็นเ...

 
 

อาการปวดหัวของเด็ก

(30/06/2561)
อาการปวดหัวของเด็ก ที่ไม่ใช่เรื่องเด็ก ๆ "ปวดหัว" พบได้บ่อยในเด็กวัยเรียน แต่ส่วนใหญ่มักหายได้เอง ห...

 
   

ลูกในโลกโซเชียล

(30/06/2561)
ลูกในโลกโซเชียล…คนเดียวกับลูกเราหรือเปล่า โดย gidanan ganghair เป็นธรรมดา ในสายตาของพ่อ...

 
 

โรคซิฟิลิส

(30/06/2561)
โรคซิฟิลิส โดย Porraphat Jutrakul โรคซิฟิลิส พบน้อยกว่าหนองในแต่ทำให้เกิดความเสียหายได้ร้ายแรง...

 
   

โรคหนองในคืออะไร?

(30/06/2561)
โรคหนองใน คืออะไร? โดย Porraphat Jutrakul โรคหนองใน เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่งที่พบม...

 
 

ท้องผูก..ป้องกันได้

(07/07/2561)
ท้องผูก..รู้ก่อนป้องกันได้ โดย Thianthip Diawkee ระบบการขับถ่ายถือเป็นสัญญาณเตือนและบ่งบอก...

 
   

พาวเวอร์เจล ผ้าห่มฉุกเฉิน

(07/07/2561)
รู้จักพาวเวอร์เจล & ผ้าห่มฉุกเฉิน โดย Thianthip Diawkee หลังจากเฝ้ารอปฏิบัติการค้นหานักเ...

 
 

รอยคล้ำ รอบดวงตา

(07/07/2561)
รอยคล้ำ รอบดวงตา โดย Thianthip Diawkee รอยดำคล้ำใต้ตาที่เป็นปัญหาใหญ่ของผู้หญิง โดยทั่วไปจะไม่...

 
   

จะแปรงฟันเมื่อไหร่ดี?

(07/07/2561)
จะแปรงฟันเมื่อไหร่ดี? โดย Porraphat Jutrakul ในการสำรวจทันตสุขภาพของประชาชนคนไทย ในท้องถิ่นต...

 
 

7 สัญญาณเสี่ยงมะเร็ง

(18/07/2561)
เตือนภัย 7 สัญญาณเสี่ยงมะเร็ง โดย Chomnapas Wangein สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ ห่วงใยประ...

 
   

โรคมนุษย์ตึก

(18/07/2561)
โรคมนุษย์ตึก โดย Porraphat Jutraku คนที่ทำงานใช้เวลามากกว่าร้อยละ 80 ของเวลาใน แต่ละวันอยู่ในอ...

 
 

แพ้เครื่องประดับ

(18/07/2561)
แพ้เครื่องประดับ โดย Thianthip Diawkee เครื่องประดับที่ทำด้วยวัตถุโลหะ เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อ...

 
   

ป้องกันโรคอาหารเป็นพิษ

(18/07/2561)
วิธีป้องกันโรคอาหารเป็นพิษ โดย Porraphat Jutrakul โรคอาหารเป็นพิษ มักเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วใน...

 
ดูทั้งหมด >> 

ติดต่ออีเมล์สมาคมพิทักษ์ประโยชน์ผู้บริโภค : consumerprotection2521@gmail.com

 
Menu
หน้าแรก
ศูนย์ราชการสะดวก
สื่อวิทยุสมาคม
ข่าวสาร
สรุปกิจกรรม 2560
สรุปกิจกรรม 2559
สรุปกิจกรรม 2558
สรุปกิจกรรม 2557
สรุปกิจกรรม 2556
สรุปกิจกรรม 2555
การร้องเรียน
ติดต่อเรา
แผนผังเว็บไซต์
สถิติเรื่องร้องเรียน
สมัครสมาชิก
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 09/12/2010
ปรับปรุง 18/07/2018
สถิติผู้เข้าชม957,673
Page Views1,124,130
« July 2018»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    
By สมาคมพิทักษ์ประโยชน์ผู้บริโภค ที่ตั้ง : อาคาร 5 ชั้น 4 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถ.ติวานนท์ ตลาดขวัญ นนทบุรี 11000 โทรศัพท์ : 02-5873286 มือถือ : 081-6209080 แฟกซ์ : 02-7114855 อีเมล์ : consumerprotection2521@gmail.com . Copyright 2005-2017 All rights reserved.
 
view