http://www.consumerprotection.or.th
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 สิทธิและหน้าที่ของผู้บริโภค  เกี่ยวกับสมาคม  ผลการดำเนินงาน  สมัครสมาชิก  ติดต่อเรา
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
สาระน่ารู้เกี่ยวกับผู้บริโภค
ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ด้านบริการทางการแพทย์
ด้านอสังหาริมทรัพย์
ด้านอื่น ๆ
บทความ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง





                                 
                                                                                            ทรงพระเจริญ
                                                                                   ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม 

                                                                    ข้าพระพุทธเจ้า สมาคมพิทักษ์ประโยชน์ผู้บริโภค

                                     อาคาร 5 ชั้น 4 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ ตลาดขวัญ นนทบุรี 1100
                    โทรศัพท์ :02-5873286  แฟกซ์ : 02-0475226  มือถือ :081-6209080   อีเมล์ : consumerprotection2521@gmail.com

สมาคมพิทักษ์ประโยชน์ผู้บริโภค สนับสนุนรณรงค์  " รักษ์โลก ร่วมใจ เลิกใช้โฟมและพลาสติค  "

ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณขยะพลาสติกและโฟมมากถึง 2.7 ล้านตัน/เฉลี่ย 7,000 ตันต่อวัน แบ่งเป็นถุงพลาสติกร้อยละ 80 หรือ 5,300 ตันต่อวัน
หรือประมาณ 2 ล้านตัน ส่วนเหลือเป็นขยะโฟมประมาณ 700,000 ตัน ใช้เวลาย่อยสลายยาวนานถึง 450 ปี ทั้งนี้พบว่าขยะพลาสติกร้อยละ 50 กำจัด
ไม่ถูกวิธี ที่สำคัญขยะพลาสติกและโฟมหากใช้วิธีฝังกลบจะใช้พื้นที่มากกว่าขยะปกติถึง 3 เท่า ซึ่งหากนำไปเผาทำลายจะทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างมาก
รวมทั้งมี
สารตกค้างในสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก เนื่องจากถุงพลาสติกทำจากเม็ดปิโตรเลียม ทำให้มีการปนเปื้อนของสารตกค้างในดินและน้ำ ส่งผลก่อ
ให้เกิดก๊าซ
เรือนกระจก สาเหตุของภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน
สำหรับปริมาณขยะของไทยมีประมาณ 27 ล้านตัน เป็นขยะที่กำจัดไม่ถูกวิธี 13.5 ล้านตัน , กำจัดถูกวิธี 8 ล้านตัน และขยะที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ 
หรือ รีไซเคิล 5 ล้านตัน ดังนั้นหากประเทศไทย ช่วยกันลดถุงพาสติกคนละ 1 ใบต่อวัน ภายใน 1 ปี จะช่วยลดถุงพลาสติกได้ถึง 24,455 ล้านใบ ช่วย
ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งต้นเหตุของการเกิดก๊าซเรือน
กระจก และช่วยให้สัตว์ต่างๆ รอดตายจากการกินถุงพลาสติกกว่า 100,000 ตัวต่อปีด้วย

ที่มา: สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://nwnt.prd.g  

สนับสนุนให้ประเทศไทยยกเลิกการใช้สารฆ่าหญ้าพาราควอต สารฆ่าแมลงคลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต
        
ปีที่แล้วเครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง ได้ร่วมกันเข้าชื่อ 369 องค์กรและรวบรวมรายชื่อจาก change ได้ยื่น
หนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านผู้ว่า
ราชการจังหวัด 50 จังหวัด เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2560 เพื่อไม่ให้มีการต่อทะเบียนพาราควอตและ
คลอร์ไพริฟอส ซึ่งจะหมดอายุลงในวันที่ 9 ตุลาคม 2560 หลังจาก
ที่คณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรู
พืชที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งประกอบไปด้วยคณะกรรมการจาก 4 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงเกษตร
และสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากร
ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงสาธารณสุข ได้มีมติเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 และเสนอให้มีการดำเนิน

การเพื่อยกเลิกการใช้สารกำจัดวัชพืช "พาราควอต" และสารกำจัดแมลง "คลอร์ไพริฟอส" และจำกัดการใช้สารกำจัดวัชพืช 
"ไกลโฟเซต" ในพื้นที่สาธารณะ พื้นที่
ต้นน้ำ ชุมชนและพื้นที่เปราะบาง เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน และศูนย์เด็กเล็ก  ภายในเดือน
ธันวาคม 2562 และสภาเกษตรกรแห่งชาติซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนเกษตรกรอย่างเป็นทางการตามกฎหมายได้ออกมาสนับสนุนมตินี้เพื่อ
ปกป้องสุขภาพของ
พี่น้องเกษตรกรและความปลอดภัยของผู้บริโภคโดยทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ในวันที่ 28 เมษายน 2560
           แต่แล้วกรมวิชาการเกษตรก็ได้ตัดสินใจต่ออายุทะเบียนพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส ไปแล้วในช่วงเดือนแห่งความเศร้าโศก
ของคนไทย ทางคณะกรรมการ
สุขภาพแห่งชาติ (สช.)จึงได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 คัดค้านการตัดสินใจครั้งนี้ของ
กรมวิชาการเกษตร และกรรมาธิการการสาธารณสุข สภานิติ
บัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้พิจารณาข้อมูลทางวิชาการอย่างรอบด้าน
อีกครั้ง และแถลงข้อเสนอต่อรัฐบาลให้มีการยกเลิกการใช้สารพิษเหล่านี้ทันทีเมื่อวันที่ 22 กุมภา
พันธ์ 2561 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้
การพิจารณาว่าประเทศไทยจะยกเลิกการใช้หรือจำกัดการใช้สารเหล่านี้อย่างเข้มงวดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคำตัดสินของคณะกรรมการ
วัตถุอันตราย(ซึ่งมีตัวแทนของสมาคมผู้ค้าสารพิษเหล่านี้นั่งอยู่อย่างน้อย 2 คน) คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้  โดย
คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้
แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการควบคุมวัตถุอันตรายพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และ
ไกลโฟเซตขึ้นมา จากการติดตามการทำงานของคณะอนุฯชุดนี้ 
พบว่ามีบางท่านที่มีประวัติการทำงานใกล้ชิดกับบริษัทสารเคมี ประกอบ
กับการเลือกพิจารณาข้อมูลที่หน่วยงานภาครัฐบางหน่วยงานจงใจใช้ข้อมูลเก่าทั้งที่ข้อมูลใหม่
ของสถาบันระดับประเทศหรืองานวิจัยที่ตี
พิมพ์ในวารสารวิชาการชี้ความเป็นพิษของสารเหล่านี้ชัดเจน และมีการเคลื่อนไหวกดดันจากองค์กรบังหน้าอย่างเป็นระบบ
ของบริษัท
สารพิษเพื่อต่อต้านไม่ให้มีการยกเลิกและจำกัดการใช้สารพิษเหล่านี้
          ดังนั้นเครือข่ายประชาชนด้านเกษตร คุ้มครองสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมรวมถึงประชาชนทั่วไปที่รวมตัวกันในนาม “เครือข่าย
สนับสนุนการแบนสารพิษที่มี
อันตรายร้ายแรง” ขอเชิญชวนท่านร่วมลงชื่อสนับสนุนมติของกระทรวงสาธารณสุข กรรมาธิการการ
สาธารณสุข สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาเกษตรกร
แห่งชาติ เรียกร้องให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณา ยกเลิกการ
ใช้พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และจำกัดการใช้ไกลโฟเซต

สรุปเหตุผลที่ประเทศไทยควรยกเลิกการใช้สารฆ่าหญ้าชนิดพาราควอต

  • เป็นสารที่มีพิษเฉียบพลันสูง แม้WHOจะจัดให้อยู่ในประเภทสารที่มีพิษฉียบพลันปานกลางแต่ก็มีหมายเหตุ และอัตราตายของคนที่ได้รับ
    พาราควอตสูงกว่าหนูทดลอง 30-50

    เท่า EPA ประมาณค่า LD50 ในมนุษย์อยู่ที่ 3-5 มก./กก.น้ำหนักตัว มีผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากการได้รับพิษทางผิวหนังจากการทำงานทั้งๆที่
    เป็นพาราควอตที่ถูกเจือจางแล้ว
  • งานวิจัยในต่างประเทศและประเทศไทยบ่งชี้ว่าพาราควอตสามารถเข้าสู่สมองผ่านตัวนำผ่าน ส่งผลกระทบต่อเซลล์ประสาทและเป็นสาเหตุ
    หนึ่งของโรคพาร์กินสัน 
  •  สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ พบว่าพาราควอตทำให้เกิดการดื้อยาของเชื้อจุลชีพ
  •  สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม ยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างการเป็นโรคเนื้อเน่ากับการใช้พาราควอตและการตกค้างใน
    สิ่งแวดล้อมของ จ.หนองบัวลำภู และ
    ปัจจุบันพบผู้ป่วยในอีกหลายจังหวัด
  •  งานวิจัยของ ม.นเรศวร พบว่าเมื่อมีการใช้พาราควอตติดต่อกันยาวนานทำให้ดินอิ่มตัวไม่สามารถดูดซับพาราควอตไว้ได้ทั้งหมด จึงเกิด
    การคายซับ ประกอบกับพาราควอต
    เป็นสารที่ละลายน้ำ
     ได้ดีมากจึงสามารถถูกชะล้างไปกับน้ำและปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมได้
  •  งานวิจัยของหลายหน่วยงานพบการปนเปื้อนในดินพื้นที่เกษตรกรรม ดินตะกอนและน้ำในแหล่งน้ำ น้ำผิวดิน น้ำใต้ดิน น้ำประปา 
    น้ำดื่มบรรจุขวด ผักผลไม้ รวมถึงตัวอย่างสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์ใช้เป็นอาหาร เช่น กบ หอย ปู ปลา โดยในหลายตัวอย่างตกค้างปริมาณสูง
    กว่าค่ามาตรฐาน
       .      งานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลพบการตกค้างของพาราควอตในขี้เทาทารกมากถึง 50% และพบในซีรั่มของมารดาและทารกแรก
              คลอด 17-20%

  • พบวัชพืชที่ดื้อต่อสารพาราควอตแล้วประมาณ 26 ชนิด
  • ไม่อนุญาตให้ใช้และประกาศยกเลิกการใช้แล้วใน 53 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศที่เป็นผู้พัฒนาสารพิษนี้(อังกฤษ)และประเทศผู้ผลิต
    (สวิสเซอร์แลนด์)และเป็นเจ้าของ
    ตลาดรายใหญ่(จีน) รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา เวียดนาม
          สรุปเหตุผลที่ประเทศไทยควรยกเลิกการใช้สารฆ่าแมลงชนิดคลอร์ไพริฟอส
  • หลายหน่วยงานพบการตกค้างของคลอร์ไพริฟอสมากที่สุดของกลุ่มสารกำจัดแมลงในผักผลไม้ที่จำหน่ายในประเทศและสินค้าที่ถูกตี
    กลับจากต่างประเทศ
  • ทำให้เกิดความผิดปกติด้านพัฒนาการสมองของเด็ก มีไอคิวลดลงและสมาธิสั้น  
  • สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์พบว่า เป็นสารกระตุ้นเซลล์มะเร็งในลำไส้  
สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา จีน และหลายประเทศห้ามใช้ในผักผลไม้ ในพื้นที่สาธารณะและในบ้านเรือน 

สรุปเหตุผลที่ประเทศไทยควรจำกัดการใช้สารฆ่าหญ้าชนิดไกลโฟเซต
  • องค์การอนามัยโลกกำหนดให้เป็นสารที่น่าจะก่อมะเร็ง (2A) รวมตัวกับโลหะหนัก ก่อให้เกิดโรคไตเรื้อรัง  
  • สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์พบว่า สามารถเหนี่ยวนำให้เซลล์มะเร็งเต้านมชนิดที่อาศัยฮอร์โมนเอสโตรเจนมีการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้น
  • สัมพันธ์กับการเกิดโรคหลายชนิดเพิ่มมากขึ้น เช่น เบาหวาน โรคอ้วน อัลไซเมอร์ และทำให้เซลล์รกได้รับความเสียหาย
  •  พบไกลโฟเซตในสิ่งแวดล้อมและในร่างกายของมารดาและทารกในประเทศไทย
    https://www.change.org/p  

                                                     ยังไม่ยอมแบน”พาราควอต” แค่ห้ามใช้ พท.ปลูกผัก-ไบโอไทยฟ้องศาล
ต่อเวลาไปอีก บอร์ดกรรมการวัตถุอันตราย ให้แบน 3 สารเคมี”พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส-ไกลโฟเสต” เฉพาะพื้นที่ปลูก “พืชผักสวนครัว-สมุนไพร”
ขณะที่ “พืชเศรษฐกิจ” ยาง-มัน-ปาล์ม-ข้าวโพด-อ้อย ยังใช้ต่อไปได้เท่าที่จำเป็นพร้อมโยน “กรมวิชาการเกษตร” ออกมารับหน้าเสื่อกำหนดมาตร
การสุดเข้ม ควบคุมจำหน่าย จำกัดปริมาณนำเข้า หาสารทดแทน แต่ทางไบโอไทยไม่เอาด้วย เดินหน้าฟ้องศาลปกครองขอให้แบนทันที

          หลังจากที่คณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ที่มีนายปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่า
การกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ได้มีมติให้ “ยกเลิก” และ “ห้าม” การนำเข้าสารเคมีพาราควอต (สารเคมีฆ่าหญ้า) กับคลอร์ไพริฟอส (สาร
เคมีฆ่าแมลง) มาตั้งแต่เดือนเมษายน 2560 พร้อมกับให้ “ควบคุม” การใช้สารเคมีไกลโฟเสต

          และให้ยุติการใช้สารเคมีอันตรายทั้ง3 รายการดังกล่าวอย่างสิ้นเชิงนั้น ปรากฏมติของคณะกรรมการขับเคลื่อนฯชุดดังกล่าวแทบจะไม่มีผล
ในทางปฏิบัติ เนื่องจากคณะกรรมการวัตถุอันตราย กลับมีมติไม่ยอมยกเลิก (แบน) การใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 รายการ แต่ให้ “จำกัด” การใช้แทน
ท่ามกลางความสงสัยของผู้เกี่ยวข้องถึงอันตรายจากการใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 ประเภท จนล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้
ออกมาแสดงความห่วงใยและให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลในเรื่องนี้แล้ว

          ล่าสุด นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายครั้งล่าสุดว่า ที่ประชุมเห็น
ชอบมาตรการที่กรมวิชาการเกษตรเสนอแนวทางการใช้ 3 สารเคมี โดยมีมติให้ “ยกเลิก” การใช้สารกำจัดศัตรูพืช 3 ชนิดดังกล่าวในพื้นที่ปลูก
พืชผัก-สมุนไพร-พื้นที่ต้นน้ำ-พื้นที่สาธารณะ อาทิ โรงเรียน, สนามกอล์ฟ, บ้านเรือน ส่วนสารเคมีพาราควอตกับไกลโฟเสตยังคงใช้มาตรการ
“จำกัดการใช้” ในพืชเศรษฐกิจ (ข้าวโพด-มันสำปะหลัง-อ้อย-ยางพารา-ปาล์มน้ำมัน-ไม้ผล) ต่อไป

          รวมถึงสามารถใช้สารเคมีคลอร์ไพริฟอสในการปลูกไม้ผลไม้ดอกและพืชไร่เท่านั้น ซึ่งมติดังกล่าวมาจากการวิเคราะห์ภาพรวมทุกมิติ ทั้ง
มาตรการกำกับที่มีอยู่ ความเป็นอันตราย ข้อมูลการเกิดสารตกค้างจากโรงพยาบาลรามาธิบดี รวมถึงสารทดแทนและราคา ไปจนถึงอุตสาหกรรม
ยาง-น้ำตาล เห็นว่า

          “ปัญหาหลักไม่ใช่มาจากตัวสาร แต่มาจากวิธีการจัดการ ความเข้มงวดกฎหมาย ผู้ใช้ขาดความรู้ ดังนั้นการห้ามใช้อาจไม่ใช่การแก้ปัญหา
โดยตรง และการยกเลิกในทันทีจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อผู้ใช้” โดยจะเริ่มดำเนินการตามมตินี้ใน 90 วัน

          ขณะที่นายอุทัย นพคุณวงศ์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า กรมวิชาการเกษตรได้เสนอและทำหน้าที่ออกมาตรการควบคุมทั้ง
สถานที่จำหน่ายร้านที่ได้รับใบอนุญาต ห้ามใช้ในสถานที่ปลูกพืชผักสมุนไพร พื้นที่ต้นน้ำ รวมถึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการนำเข้าให้ลดการ
นำเข้าและต้องแจ้งข้อมูลอย่างละเอียด จำกัดการนำเข้า ลดการนำเข้าและผู้ขายทั้ง 3 สารต้องจำหน่ายโดยตรงพื้นที่ปลูก ห้ามโฆษณาพร้อมทั้ง
แผนการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสามารถลดหย่อนภาษีเครื่องจักรกลการเกษตร โดยจะมีหน่วยงานสารวัตรเกษตร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
มหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการทางกฎหมายหากพบการกระทำผิด

          ด้านนายปราโมทย์ ติรไพรวงศ์ นายกสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร กล่าวว่า เห็นด้วยกับมาตรการควบคุมการใช้ คำนึงถึงความปลอดภัย
ของเกษตรกรและผู้ใช้ แต่ยอมรับว่า ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างมาก ผู้ประกอบการหลายรายไม่มั่นใจในทิศทางของภาครัฐ แต่ก็ได้ให้ความร่วม
มือกับกรมวิชาการเกษตรในการชะลอต่อใบอนุญาตและลดการนำเข้าให้มากที่สุด ประกอบกับปีนี้สภาพอากาศแปรปรวน จึงค่อนข้างประเมินการ
ใช้ลำบาก รวมถึงสต๊อกคงค้างยังเหลือ แต่หลังจากนี้จะได้มีการหารือถึงแนวทางดำเนินธุรกิจร่วมกับสมาชิกสมาคม พร้อมกับติดตามสถานการณ์
อย่างใกล้ชิด

          ทางด้านนายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กล่าวว่า เนื่องจากที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายและรัฐบาลไม่สามารถชี้
ขาดให้ “แบน” พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส-ไกลโฟเสต แม้จะมีผลการพิสูจน์แล้วว่า ทั้ง 3 สารเคมีเป็นอันตรายร้ายแรงต่อประชาชน เมื่อเป็นดังนี้
ทางเครือข่าย 700 องค์กรทั่วประเทศ เตรียมยื่นฟ้อง
ศาลปกครอง ให้พิจารณาระงับการใช้สารกำจัดศัตรูพืชทั้ง 3 สาร ส่วนประเด็นการนำเข้าที่
ลดลงมากกว่าปีที่แล้วนั้น มองว่าอาจจะมีการหลีกเลี่ยงการขึ้นทะเบียนหรือไม่
อย่างไร เพราะในความเป็นจริงแล้วเกษตรกรยังหาซื้อสารเคมีเหล่า
นี้ได้ตามปกติ ส่วนกรณีพื้นที่ที่ห้ามใช้ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะสามารถตรวจสอบได้ ดังนั้นทาง
เครือข่ายมูลนิธิชีววิถียังคงยืนยันว่า รัฐบาลจะ
ต้องสั่ง “แบน” ทั้งหมดทุกพื้นที่จึงจะถูกต้อง
         ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรควบคุมทะเบียนใบอนุญาตนำเข้า ผลิต จำหน่ายทั้งหมดจากข้อมูล
การนำเข้าย้อนหลัง 3 ปี 
ปรากฏการนำเข้าลดลง 40% โดยครึ่งปีแรก 2561 การนำเข้าพาราควอตลดลงกว่า 50% ปริมาณ 16,832 ตัน
        ขณะที่นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศเจตนารมณ์ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ โดยมีเป้าหมาย
การทำเกษตรอินทรีย์ควบคู่เกษตรทฤษฎีใหม่ ประเทศไทยจะต้องไม่ใช้สารกำจัดศัตรูพืชทุกประเภท และต้องทำให้
สำเร็จในขณะดำรงตำแหน่ง โดยมีเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 
5 ล้านไร่

ที่มา: https://www.prachachat.net/economy/news-213345

                                        เสวนา เรื่อง "ผิดที่ไว้ใจ : ทางออกเพื่อการควบคุมโฆษณาเครื่องสำอาง"

วันที่ 25 ตุลาคม 2561 เวลา 13.00-16.00 น. นายกสมาคมพิทักษ์ประโยชน์ผู้บริโภค ภญ.รศ. เทวี โพธิผละ และเลขาธิการสมาคม คุณพจนา
โพธิผละ ได้ร่วมเสวนา เรื่อง "ผิดที่ไว้ใจ : ทางออกเพื่อการควบคุมโฆษณาเครื่องสำอาง" ณ ห้องประชุมจิตติ ชั้น1 คณะนิติศาสตร์ ท่าพระจันทร์
จัดโดยนักศึกษา คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง 

                     


                          
                         
                           
                                                                                                                                                                                          
                                                                                               
 

สธ. เผยผู้ป่วยไข้เลือดออกรายใหม่ลดลงกว่าครึ่ง

| อ่าน 6 ครั้ง
สธ. เผยผู้ป่วยไข้เลือดออกรายใหม่ลดลงกว่าครึ่ง ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยสัปดาห์ที่ผ่านมาพบผู้ป่วยไข้เ...

 
   

กพฐ.ย้ำสถานศึกษาเฝ้าระวังโรคหัด

| อ่าน 5 ครั้ง
กพฐ.ย้ำสถานศึกษาเฝ้าระวังโรคหัด แจ้งเตือนสถานการณ์การระบาดของโรคหัด แก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแล...

 
 

การดูแลสุขภาพผิวของผู้สูงวัยในช่วงหน้าหนาว

| อ่าน 4 ครั้ง
การดูแลสุขภาพผิวของผู้สูงวัยในช่วงหน้าหนาว การดูแลสุขภาพผิวของผู้สูงวัยในช่วงหน้าหนาวเป็นเรื่องที่ค...

 
   

กรมอนามัย ส่งเสริมเด็กปฐมวัยด้วยวิตามินเสริมธาตุเหล็ก

| อ่าน 5 ครั้ง
กรมอนามัย ส่งเสริมเด็กปฐมวัยด้วยวิตามินเสริมธาตุเหล็ก กรมอนามัย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เข...

 
 

จิตแพทย์ เผย หลงผิดคิดว่าป่วย เป็นอาการทางจิตเวช

| อ่าน 4 ครั้ง
จิตแพทย์ เผย หลงผิดคิดว่าป่วย เป็นอาการทางจิตเวช กลุ่มอาการหลงผิดมักพบในกลุ่มอายุ 40-50 ปี และสาเหต...

 
   

จุฬาฯ วิจัยแอนติบอดีต้านมะเร็งเฟส 2 แล้ว

| อ่าน 6 ครั้ง
จุฬาฯ วิจัยแอนติบอดีต้านมะเร็งเฟส 2 แล้ว แพทย์จุฬาฯ เดินหน้านวัตกรรมการรักษามะเร็งสู่การวิจัยผลิตยา...

 
 

ใช้ “ยาเพนิซิลลิน” ฉีดลงนาข้าว รักษาโรคใบไหม้ในข้าว ไม่จริง

| อ่าน 4 ครั้ง
ใช้ “ยาเพนิซิลลิน” ฉีดลงนาข้าว รักษาโรคใบไหม้ในข้าว ไม่จริง แชร์กระหน่ำทั่วโลกโซเชียล ช...

 
   

อย. แจง คุมเข้มมาตรฐานการผลิตน้ำปลาไทย ขอผู้บริโภควางใจ

| อ่าน 3 ครั้ง
อย. แจง คุมเข้มมาตรฐานการผลิตน้ำปลาไทย ขอผู้บริโภควางใจ อย. แจง คุมเข้มกระบวนการผลิตน้ำปลาในประเทศไ...

 
 

โรคซิฟิลิส

(30/06/2561)
โรคซิฟิลิส โดย Porraphat Jutrakul โรคซิฟิลิส พบน้อยกว่าหนองในแต่ทำให้เกิดความเสียหายได้ร้ายแรง...

 
   

โรคหนองในคืออะไร?

(30/06/2561)
โรคหนองใน คืออะไร? โดย Porraphat Jutrakul โรคหนองใน เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่งที่พบม...

 
 

ท้องผูก..ป้องกันได้

(07/07/2561)
ท้องผูก..รู้ก่อนป้องกันได้ โดย Thianthip Diawkee ระบบการขับถ่ายถือเป็นสัญญาณเตือนและบ่งบอก...

 
   

พาวเวอร์เจล ผ้าห่มฉุกเฉิน

(07/07/2561)
รู้จักพาวเวอร์เจล & ผ้าห่มฉุกเฉิน โดย Thianthip Diawkee หลังจากเฝ้ารอปฏิบัติการค้นหานักเ...

 
 

จะเลือกผักยังไง?

(20/10/2561)
จะเลือกผักยังไง? โดย Porraphat Jutrakul การนำผักที่ไม่สะอาดปลอดภัยมาบริโภค อาจจะนำพิษภัยอะไรมา...

 
   

วิ่ง...ครั้งแรก

(20/10/2561)
วิ่ง...ครั้งแรก โดย Porraphat Jutrakul หลายคนที่เริ่มวิ่งครั้งแรก ก็เกิดปัญหาว่า ภายหลังการวิ่...

 
 

4 โรคภูมิแพ้เป็นกันเยอะ

(20/10/2561)
4 โรคภูมิแพ้ ที่คนไทยเป็นมากที่สุด โดย Porraphat Jutrakul แพ้นมวัว แพ้กุ้งเผา แพ้อาหารทะเล แพ้ยา...

 
   

ตากระตุก

(20/10/2561)
ตากระตุก ไม่ใช่แค่ ขวาร้าย-ซ้ายดี โดย gidanan ganghair เพื่อนเคยมีอาการแบบนี้ไหม? วันไหนอยู่...

 
 

คนไข้สะเก็ดเงิน

(26/10/2561)
หยุดตีตรา คนไข้สะเก็ดเงิน เพราะไม่ติดต่อ โดย Porraphat Jutrakul สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ชี...

 
   

สารปนเปื้อน อันตราย

(26/10/2561)
สารปนเปื้อน อันตรายที่คาดไม่ถึง โดย Thianthip Diawkee หลายคนอาจละเลยและคาดไม่ถึงว่า ถ้าร่างก...

 
 

พิษภัยจากผัก

(26/10/2561)
พิษภัยจากผัก โดย Porraphat Jutrakul ในการกินผักให้เกิดประโยชน์นั้น เราจะต้องคำนึงถึงความสะ...

 
   

รู้ทันฉลากสินค้า

(26/10/2561)
รู้ทันฉลากสินค้า โดย Thianthip Diawkee สินค้าอุปโภคบริโภคมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่...

 
ดูทั้งหมด >> 

ติดต่ออีเมล์สมาคมพิทักษ์ประโยชน์ผู้บริโภค : consumerprotection2521@gmail.com

 
Menu
หน้าแรก
ศูนย์ราชการสะดวก
สื่อวิทยุสมาคม
ข่าวสาร
สรุปกิจกรรม 2560
สรุปกิจกรรม 2559
สรุปกิจกรรม 2558
สรุปกิจกรรม 2557
สรุปกิจกรรม 2556
สรุปกิจกรรม 2555
การร้องเรียน
ติดต่อเรา
แผนผังเว็บไซต์
สถิติเรื่องร้องเรียน
สมัครสมาชิก
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 09/12/2010
ปรับปรุง 03/11/2018
สถิติผู้เข้าชม967,765
Page Views1,138,515
« November 2018»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
view