http://www.consumerprotection.or.th
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 สิทธิและหน้าที่ของผู้บริโภค  เกี่ยวกับสมาคม  ผลการดำเนินงาน  สมัครสมาชิก  ติดต่อเรา
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
สาระน่ารู้เกี่ยวกับผู้บริโภค
ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ด้านบริการทางการแพทย์
ด้านอสังหาริมทรัพย์
ด้านอื่น ๆ
บทความ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง





                                                

                                 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒  

                                                            ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
                                                            ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม 

                                                ข้าพระพุทธเจ้า สมาคมพิทักษ์ประโยชน์ผู้บริโภค
                           อาคาร 5 ชั้น 4 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ ตลาดขวัญ นนทบุรี 1100
               โทรศัพท์ :02-5873286  แฟกซ์ : 02-0475226  มือถือ :081-6209080   อีเมล์ : consumerprotection2521@gmail.com

สมาคมพิทักษ์ประโยชน์ผู้บริโภค สนับสนุนรณรงค์  " รักษ์โลก ร่วมใจ เลิกใช้โฟมและพลาสติค  "

ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณขยะพลาสติกและโฟมมากถึง 2.7 ล้านตัน/เฉลี่ย 7,000 ตันต่อวัน แบ่งเป็นถุงพลาสติกร้อยละ 80 หรือ 5,300 ตันต่อวัน
หรือประมาณ 2 ล้านตัน ส่วนเหลือเป็นขยะโฟมประมาณ 700,000 ตัน ใช้เวลาย่อยสลายยาวนานถึง 450 ปี ทั้งนี้พบว่าขยะพลาสติกร้อยละ 50 กำจัด
ไม่ถูกวิธี ที่สำคัญขยะพลาสติกและโฟมหากใช้วิธีฝังกลบจะใช้พื้นที่มากกว่าขยะปกติถึง 3 เท่า ซึ่งหากนำไปเผาทำลายจะทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างมาก
รวมทั้งมี
สารตกค้างในสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก เนื่องจากถุงพลาสติกทำจากเม็ดปิโตรเลียม ทำให้มีการปนเปื้อนของสารตกค้างในดินและน้ำ ส่งผลก่อ
ให้เกิดก๊าซ
เรือนกระจก สาเหตุของภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน
สำหรับปริมาณขยะของไทยมีประมาณ 27 ล้านตัน เป็นขยะที่กำจัดไม่ถูกวิธี 13.5 ล้านตัน , กำจัดถูกวิธี 8 ล้านตัน และขยะที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ 
หรือ รีไซเคิล 5 ล้านตัน ดังนั้นหากประเทศไทย ช่วยกันลดถุงพาสติกคนละ 1 ใบต่อวัน ภายใน 1 ปี จะช่วยลดถุงพลาสติกได้ถึง 24,455 ล้านใบ ช่วย
ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งต้นเหตุของการเกิดก๊าซเรือน
กระจก และช่วยให้สัตว์ต่างๆ รอดตายจากการกินถุงพลาสติกกว่า 100,000 ตัวต่อปีด้วย

ที่มา: สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://nwnt.prd.g  

                      สนับสนุนให้ประเทศไทยยกเลิกการใช้สารฆ่าหญ้าพาราควอต สารฆ่าแมลงคลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต

        

พาราควอต สารอันตรายที่ประเทศผู้ผลิตและทั่วโลกยังต้องแบน แต่ไทยยังปล่อยให้ใช้ต่อ 

  • 14 กุมภาพันธ์ 2562 คณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติ 16 ต่อ 5 เสียงอนุญาตให้ใช้สารเคมีเกษตร 3 ตัว ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และ
    ไกลโฟเซตต่อไปได้ โดยจะพิจารณาอีกครั้งใน 2 ปีข้างหน้า
  • ในปัจจุบันมี 53 ประเทศทั่วโลกที่แบนพาราควอต แม้แต่ประเทศผู้พัฒนา ประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ และประเทศเจ้าของผลิตภัณฑ์
  • พาราควอต เป็นสารเคมีกำจัดวัชพืช (ยาฆ่าหญ้า) คนทั่วไปรู้จักในชื่อทางการค้าว่า ‘กรัมม็อกโซน’ สารเคมีชนิดนี้มีพิษเฉียบพลันสูงต่อมนุษย์
    ไม่มียาถอนพิษ และมีผลกระทบเรื้อรังต่อสุขภาพ เช่น ก่อโรคพาร์กินสัน สมองเสื่อม

    ประเด็นด้านการเกษตรและสาธารณสุขที่ร้อนที่สุดในบ้านเราตอนนี้คงจะหนีไม่พ้นการที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติ 16 ต่อ 5 เสียง ยืนยัน
    ตามมติเดิมเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 ไม่ยกเลิกการใช้สารเคมีพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต โดยให้ใช้กับพืช 6 ประเภท คือ
    ยางพารา ปาล์ม มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด และไม้ผลที่ขึ้นทะเบียน และให้พิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งใน 2 ปีข้างหน้า เว้นแต่สามารถหาสารเคมี
    อื่นทดแทนก่อนได้
     
    มติคณะกรรมการครั้งนี้ได้สร้างความสงสัยให้กับภาคประชาสังคมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนของคณะกรรม
    การ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และองค์กรภาคประชาสังคมจำนวนมากก็ได้นำเสนองานวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบทาง
    สุขภาพและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด
     
    ทำไมต้องเป็นพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต
    พาราควอต เป็นสารเคมีกำจัดวัชพืช (ยาฆ่าหญ้า) คนทั่วไปรู้จักในชื่อทางการค้าว่า ‘กรัมม็อกโซน’ สารเคมีชนิดนี้มีพิษเฉียบพลันสูงต่อมนุษย์
    ไม่มียาถอนพิษ และมี
    ผลกระทบเรื้อรังต่อสุขภาพ เช่น ก่อโรคพาร์กินสัน สมองเสื่อม แม้ใส่อุปกรณ์ป้องกันก็ยังสามารถผ่านเข้าสู่ร่างกายได้โดย
    การสัมผัสทางผิวหนังรวมทั้งบาดแผล แล้วซึมเข้าร่างกายจนเกิดอันตรายถึงชีวิต ทั้งยังพบตกค้างในอาหาร สิ่งแวดล้อม และมนุษย์จากการวิจัย
    ของหลายสถาบัน นอกจากนี้พาราควอตยังสามารถผ่านจากมารดาไปสู่ตัวอ่อนในครรภ์
    จากการศึกษาของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบการตกค้างของพาราควอตในซีรั่มทารกแรกเกิดและมารดาระหว่าง 17-20%
    และหากมีประวัติการขุดดินในพื้นที่เกษตร ยิ่งมีความเสี่ยงในการตรวจพบพาราควอต คิดเป็น 6 เท่าของหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่มีการขุดดิน
    ในปัจจุบันมี 53 ประเทศทั่วโลกที่แบนพาราควอต แม้แต่ประเทศผู้พัฒนา ประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ และประเทศเจ้าของผลิตภัณฑ์ 
    คลอร์ไพริฟอส เป็นสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอีกหนึ่งชนิดที่ส่งผลกระทบต่อแม่และเด็กได้ มีงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติที่ระบุว่า
    สารเคมีดังกล่าวส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก ทำให้มีอาการสมาธิสั้นไปจนถึงปัญหาด้านความบกพร่องของพัฒนาการแบบรอบด้าน นอกจากนี้
    ยังส่งผลต่อการทำงานของต่อมไร้ท่อ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มอัตราการเป็นมะเร็งลำไส้ได้
    งานวิจัยตรวจสารพิษตกค้างในผักและผลไม้ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา รายงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล และข้อมูลการ
    ตรวจสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในผักผลไม้ของเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืชให้ข้อมูลที่สอดคล้องกัน โดยพบว่าคลอร์ไพริฟอสเป็นสารเคมี
    ที่ตกค้างมากที่สุดในกลุ่มสารกำจัดแมลง 
    ไกลโฟเซต เป็นสารเคมีกำจัดวัชพืช คนทั่วไปรู้จักในชื่อทางการค้าว่า ‘ราวด์อัพ’ สารเคมีชนิดนี้สามารถส่งผลกระทบต่อแม่และเด็กได้ ซึ่งสถาบัน
    วิจัยมะเร็งนานาชาติ ภายใต้องค์การอนามัยโลก ได้เผยแพร่รายงานในปี 2558 โดยกำหนดให้ไกลโฟเซตเป็น ‘สารที่น่าจะก่อมะเร็ง’ (probably
    carcinogenic to humans) ในมนุษย์ เนื่องจากมีหลักฐานเพียงพอว่าก่อมะเร็งในสัตว์ทดลอง และหลักฐานที่หนักแน่นว่าก่อให้เกิดความผิดปกติ
    ของสารพันธุกรรม (ทำลายยีน-โครโมโซม)
    นอกจากนี้ยังมีข้อค้นพบว่าไกลโฟเซตสัมพันธ์กับการเกิดโรคหลายชนิดเพิ่มมากขึ้น เช่น เบาหวาน โรคอ้วน อัลไซเมอร์ และทำให้เซลล์รกได้รับ
    ความเสียหายด้วยเช่นกัน
    ในประเทศไทยพบไกลโฟเซตปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรพบการตกค้างของไกลโฟเซตในน้ำดื่มบรรจุขวดที่ผลิตในจังหวัด
    น่านเฉลี่ย 10.1 ไมโครกรัมต่อลิตร และพบในน้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภค 11.26 ไมโครกรัมต่อลิตร โดยมีระดับการตกค้างในหลายตัวอย่าง
    ที่เกินค่ามาตรฐานของบางประเทศ การตกค้างของไกลโฟเซตในสิ่งแวดล้อมและในร่างกายของแม่และทารกเป็นสิ่งที่น่ากังวล เนื่องจากมีงานวิจัย
    ชี้ว่าการตกค้างแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของต่อมไร้ท่อได้
     
    แล้วองค์กรภาครัฐและภาคประชาสังคมได้ทำอะไรบ้าง

    • พฤศจิกายน 2559 การประชุมวิชาการเพื่อเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ได้มีการนำเสนอข้อมูลการตกค้างของสารกำจัดศัตรูพืชในแม่
      และทารก รวมถึงการนำเสนอข้อเสนอยกเลิกและจำกัดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีอันตรายร้ายแรง 3 ชนิด
    • 5 เมษายน 2560 คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งประกอบด้วยตัวแทน
      จาก 6 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ
      สิ่งแวดล้อม, กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งนักวิชาการและตัวแทนจากภาคประชาสังคม เสนอ
      ให้ยกเลิกการใช้สารเคมี 2 ชนิดคือ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส และจำกัดการใช้ไกลโฟเซตอย่างเข้มงวด
    • 19 กันยายน 2560 ท่าทีบ่ายเบี่ยงของภาครัฐนำไปสู่การเคลื่อนไหวหน้าทำเนียบรัฐบาลพร้อมกันกับที่ศาลากลางจังหวัด 48 แห่งทั่ว
      ประเทศ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไม่ต่อทะเบียนให้กับพาราควอตและคลอร์ไพรีฟอสที่กำลังจะหมดอายุลงในวันที่ 10 ตุลาคม 2560
    • 16 ตุลาคม 2560 (วันอาหารโลก) ตัวแทนเครือข่ายเกษตรได้ยื่นหนังสือขอให้บริษัทเคมีเกษตรรายใหญ่ (ซินเจนทา และเจียไต๋) ไม่ต่อ
      ทะเบียนสารเคมีร้ายแรง แต่ข้อเรียกร้องไม่เป็นผล
    • ผลจากการขับเคลื่อนทำให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการควบคุมวัตถุอันตราย พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และ
      ไกลโฟเซต ขึ้นมาในเดือนธันวาคม 2560 เพื่อพิจารณาการยกเลิกสารเคมีดังกล่าว
    • 3 มกราคม 2561 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงพาณิชย์ หารือร่วมกันอีกครั้งตามคำสั่งของนายก
      รัฐมนตรี โดยทั้งสามกระทรวงยังยืนยันตามมติของคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560
    • 16 พฤษภาคม 2561 ประชาคมวิชาการซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำจากหลายสถาบัน เช่น สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,
      มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยนเรศวร เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการใช้สารพิษที่มีความเสี่ยงสูงตามข้อเสนอของกระทรวงสาธารณ
      สุขโดยเร็ว
    • 23 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา คณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติอนุญาตให้ใช้สารเคมีเกษตร 3 ตัว ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และ
      ไกลโฟเซตต่อไปได้ โดยให้เหตุผลว่าข้อมูลผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพยังไม่เพียงพอ
    • 23 พฤษภาคม 2561 เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง 369 องค์กร ได้แถลงการณ์แสดงความเสียเสียใจต่อมติของ
      คณะกรรมการวัตถุอันตราย โดยระบุว่าคณะกรรมการชุดนี้มีตัวแทนที่มาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหลัก มีการใช้เอกสารที่เป็น
      ข้อมูลล้าสมัย ขัดแย้งกับข้อมูลเชิงประจักษ์และงานวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับความเป็นพิษและผลกระทบจากสารพิษเหล่านี้ รวมทั้งมีกลุ่มผู้มีส่วน
      ได้เสียจากสมาคมอารักขาพืชไทย ซึ่งเป็นสมาคมการค้าของบริษัทสารพิษ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ร่วมอยู่ในกระบวน
      การตัดสินใจ ซึ่งอาจผิดกฎหมายวัตถุอันตราย มาตรา 12
    • 5 มิถุนายน 2561 เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษร้ายแรง เชิญชวนประชาชนทั่วประเทศร่วมกันชุมนุมใหญ่คัดค้านมติกรรมการวัตถุอันตราย
    • 14 กุมภาพันธ์ 2562 เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) ออกแถลงการแสดงความผิดหวัง และเศร้าสลดที่คณะกรรมการวัตถุ
      อันตรายมีมติไม่แบนพาราควอต และเตรียมรวบรวมข้อมูลเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป
      ขณะที่เรากำลังถอยหลัง ยุโรปก็เดินหน้าไปอีกก้าว
      ในขณะที่หนทางสู่การปกป้องคนและสิ่งแวดล้อมในบ้านเราให้พ้นจากภัยสารเคมีเกษตรจะดูมืดมน แต่หนทางของประเทศในยุโรปกลับดู
      สว่างไสว ไม่นานมานี้ ชาติสมาชิกสหภาพยุโรปได้สนับสนุนแผนการแบนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชนีโอนิโคตินอยด์ของคณะกรรมาธิการยุโรป โดย
      มีตัวแทนจาก 16 ประเทศได้ออกเสียงสนับสนุนการแบนในครั้งนี้
      การแบนนีโอนิโคตินอยด์ 3 ตัวหลักครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากสาธารณชน โดยมีคนเข้าร่วมลงชื่อสนับสนุนร่วมกับกลุ่ม Avaaz
      เกือบ 5 ล้านคน
      “การแบนสารเคมีพวกนี้คือความหวังอันแสนหวานของผึ้ง” แอนโทเนีย สตัทส์ นักเคลื่อนไหวอาวุโสจาก Avaaz.org กล่าว “ในที่สุดรัฐบาลของ
      พวกเราก็รับฟังพลเมืองของพวกเขาเสียที หลักฐานทางวิทยาศาสตร์และเกษตรกรรู้ว่าผึ้งไม่สามารถอยู่ร่วมกับสารเคมีพวกนี้ และเราก็ไม่สามารถ
      มีอยู่ได้โดยปราศจากผึ้ง”
      แล้วประชาชนอย่างเราจะทำอะไรได้
      ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกอนาคตที่ปลอดภัยให้กับตัวเองและลูกหลาน การต่อสู้ที่เข้มแข็งของภาคประชาสังคมได้ทำให้รัฐบาลต้องกลับมาฟังเสียง
      ของประชนชนมาแล้วหลายครั้ง ไม่ว่ารัฐบาลจะมาจากการเลือกตั้งหรือไม่ก็ตาม พวกเขาล้วนมีหน้าที่ปกป้องประชาชน ไม่ใช่ผลกำไรของบริษัท
      ขนาดยักษ์เพียงไม่กี่รายบนหายนะของประชาชนและสิ่งแวดล้อม
      ถ้าเราไม่ส่งเสียงของเราออกไป นั่นหมายความว่าเรากำลังยอมแพ้ให้กับความไม่ชอบธรรมในสังคม  
      อ้างอิง:

                                            ศาลสหรัฐสั่งมอนซานโตจ่าย 2,500 ล้านให้ชายที่ฟ้องป่วยมะเร็งจากยาฆ่าหญ้าราวด์อัพ

คำตัดสินของคณะลูกขุน 6 คนของศาลรัฐบาลกลางในนครซานฟรานซิสโกเมื่อวันพุธที่ 27 มีนาคม 62 เป็นการพ่ายแพ้คดีหนล่าสุดของมอนซานโต
บริษัท
ธุรกิจการเกษตรยักษ์ใหญ่จากสหรัฐ ซึ่งเพิ่งขายกิจการให้บริษัทไบเออร์จากเยอรมนีด้วยมูลค่า 63,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว
และอาจส่งอิทธิพลต่อคดีความคล้ายกันที่มีผู้ฟ้องร้องอยู่มากกว่า 11,200 คดีเฉพาะในสหรัฐ ที่กล่าวหายาราวด์อัพว่าเป็นสาเหตุของโรค
มะเร็ง

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 28 มีนาคมว่า คณะลูกขุนระบุว่า บริษัท มอนซานโต ละเลยโดยประมาทที่ไม่ให้ความเอาใจใส่อย่างสมเหตุสมผล 
ในการเตือนถึงความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ของบริษัท และสั่งให้มอนซานโตจ่ายเงินค่าเสียหายเชิงลงโทษ 75 ล้านดอลลาร์, เงินชดเชยอีก 5 ล้านดอลลาร์
และค่ารักษาอีก 200,000 ดอลลาร์ แก่เอ็ดวิน ฮาร์ดแมน ชายวัย 70 ปี ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน

ทั้งนี้ คณะลูกขุนชี้ด้วยว่า การออกแบบของราวด์อัพมีความบกพร่อง และผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีคำเตือนอย่างเพียงพอเรื่องความเสี่ยง

ในช่วงแรกๆ ของการพิจารณาคดีนี้ คณะลูกขุนชุดเดียวกันเคยลงความเห็นไว้ว่า การใช้ผลิตภัณฑ์ราวด์อัพนาน 25 ปี เป็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญที่ทำให้
ฮาร์ดแมนป่วยเป็นมะเร็ง โดยยากำจัดวัชพืชชนิดนี้มีส่วนประกอบหลักคือ สารไกลโฟเซต ที่สำนักงานวิจัยมะเร็งนานาชาติซึ่งเป็นหน่วยงานขององค์การ
อนามัยโลก จัดจำแนกไว้เมื่อปี 2558 ว่าอาจเป็นสารก่อมะเร็ง

เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว มอนซานโตก็เพิ่งแพ้คดีที่ ดเวย์น จอห์นสัน คนดูแลสวนของโรงเรียนแห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งป่วยเป็นโรคเดียวกัน ยื่น
ฟ้องเรียกค่าเสียหายโดยเขาโทษว่าการใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืช "ราวด์อัพ" และ "เรนเจอร์โปร" ที่มีสารไกลโฟเซต เป็นสาเหตุที่ทำให้ล้มป่วย ซึ่งคณะ
ลูกขุนสั่งให้มอนซานโตชดเชยแก่จอห์นสัน 289 ล้านดอลลาร์ แต่ต่อมาศาลได้ลดวงเงินลงเหลือ 78.5 ล้านดอลลาร์

เมื่อตรวจสอบราคาหุ้นของไบเออร์ในตลาดแฟรงก์เฟิร์ตเมื่อเช้าวันพฤหัสบดี ปรากฏว่าราคาลดลง 1.14% มาอยู่ที่ 55.69 ยูโร ขยายการสูญเสียมูลค่า
ตามราคาตลาดของบริษัทลงไปเป็น 46% แล้วนับแต่ไบเออร์ซื้อกิจการมอนซานโต

อย่างไรก็ตาม ไบเออร์ประกาศจะอุทธรณ์คำตัดสินของคดีนี้ แม้พวกเขาจะอ้างว่าเห็นใจชะตากรรมของฮาร์ดแมน พร้อมกับยืนยันด้วยว่าคำตัดสินล่าสุด
ไม่ส่งผลต่อคดีอื่นๆ และการพิจารณาคดีในอนาคต เนื่องจากแต่ละคดีมีบริบทแวดล้อมทางข้อเท็จจริงและกฎหมายแตกต่างกัน

https://www.sanook.com/news/7728075/?fbclid=IwAR3QuNI3o4a8inIHB5-1KEXwm-AxAuYe-LutKTaR_nPPyioDEB_SbM1LkV0   

                 พิธีมอบทุนสนับสนุนกิจกรรมเพื่อพัฒนาสังคมจากกองทุนร่วมใจ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย

                      

                              

วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ภญ.รศ.เทวี โพธิผละ นายกสมาคม คุณทิพวัฒน์ จลานันทวงศ์ รศ.ดรสมใจ วิชัยดิษฐ์ อุปนายก และ ผศ.ดร.วราภัสร์ พาก
เพียรกิจวัฒนา เหรัญญิก ไปร่วมพิธีมอบทุนสนับสนุนกิจกรรมเพื่อพัฒนาสังคมจากกองทุนร่วมใจ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชู
ปถัมภ์
 ประจำปี ๒๕๖๒ ณ สภาสังคมสงเคราะห์ โดยสมาคมได้รับทุนสนับสนุน จากการประสานงานของ
 คุณทิพวัฒน์ จลานันทวงศ์ อุปนายกสมาคม
ซึ่งเป็นกรรมการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยด้วย

               โครงการให้ความรู้เรื่องอาหารปลอดภัย ที่ฟาร์ม“ไม่ตั้งใจ สระบุรี” จังหวัด สระบุรี วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๒

                         

วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๒ น.ส.วรรษกร ภิโญสินวัฒน์ และนางจุติพร มั่งคั่ง เป็นผู้แทนสมาคมในทีมสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
ภาคประชาชนร่วมจัดกิจกรรมโครงการให้ความรู้เรื่องอาหารปลอดภัย ที่ฟาร์ม
“ไม่ตั้งใจ สระบุรี” จังหวัด สระบุรี

                     “โครงการศึกษาการจัดทำกฎกระทรวงว่าด้วยการโฆษณาที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ
                                            ตามมาตรา ๒๓ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒”

                        

                                                            

วันพุธที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๒ สมาคมส่งผู้แทนเข้าร่วมสัมมนา “โครงการศึกษาการจัดทำกฎกระทรวงว่าด้วยการโฆษณาที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ 
ตามมาตรา ๒๓ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒” ณ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ 
โดย
ช่วงเช้ามีการอภิปราย ๒ ประเด็น คือ “บทสรุ
ปแนวทางการโฆษณาลดราคาโดยการเปรียบเทียบกับราคาก่อนหน้า” “บทสรุปแนวทางการขายสินค้าหรือบริการ
เชิงรุก” ช่วงบ่ายมีการอภิปรายอีก ๒ เรื่อง คือ “บทสรุป แนวทางการโฆษณาที่ก่อให้เกิ
ดความเดือดร้อนรำคาญ ตามมาตรา ๒๓ แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภคฯ ” 
และปิดท้ายด้วยการบรรยายพิเศษเรื่อง “การโฆษณากับความคาดหวังของผู้บริโภค” โดย นายพิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค 
ในการนี้มีผู้เข้าร่วมสัมมนาจาก เครือข่ายภาครัฐ เครือข่ายภาคประชาชน NGO ผู้ประกอบธุรกิจด้านโฆษณา และบุคลากร สคบ. ประมาณ ๑๐๐ คน 

          ประชุมคณะกรรมการสมาคมพิทักษ์ประโยชน์ผู้บริโภค วันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๒ ณ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ                                   

             

สมาคมพิทักษ์ประโยชน์ผู้บริโภค  จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๕๖๒ ประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๖๒ วันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๒ ณ ห้องประชุมสภา
สังคม
สงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ  โดยการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๕๖๒ พิจารณาแก้ไขข้อบังคับ เรื่องการดำเนินคดีให้เป็นไปตามระเบียบ
คณะ
กรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และเตรียมการให้สอดคล้องกับการจัดตั้งสภาองศ์กรของผู้บริโภคตาม พรบ.การจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค ซึ่ง
รอ
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และรับรองงบดุลประจำปี ส่วนการประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๖๒ พิจารณาผลการดำเนินงานของสมาคม รายงานสถานะ
การเงิน และหารือพิจารณาเตรียมการดำเนินการให้สอดคล้องกับ พรบ.การจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภคดังกล่าว รวมทั้งจัดรดน้ำขอพรผู้ใหญ่เนื่อง
ในเทศกาลสงกรานต์ตามประเพณีไทยด้วย                

                                                                                                                                                                 

 

1 พ.ค. 62 พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มีผลบ...

| อ่าน 0 ครั้ง
1 พ.ค. 62 พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้ เพิ่มประสิทธิภาพคุ้มครองผู้บริโ...

 
   

อันตรายจากยาแผนโบราณที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน q

| อ่าน 3 ครั้ง
อยากลดความเสี่ยงในการบริโภคยาแผนโบราณที่ไม่ได้มาตรฐานทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวคุณเอง เพียงแค่ก่อนเลือกซื้อ...

 
 

แนะถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ให้ถูกหลักโภชนาการ

| อ่าน 1 ครั้ง
แนะถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ให้ถูกหลักโภชนาการ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนถวายภัตตาหารแด่...

 
   

แนะมาตรการเข้มข้น ป้องกันโรคไข้เลือดออก

| อ่าน 2 ครั้ง
แนะมาตรการเข้มข้น ป้องกันโรคไข้เลือดออก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับทุกภาคส่วน รณรงค์กำจัด...

 
 

โรคความดันโลหิตสูง ภัยเงียบใกล้ตัว

| อ่าน 3 ครั้ง
โรคความดันโลหิตสูง ภัยเงียบใกล้ตัว โรคความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประชากรทั่วโลกเสียชีวิต...

 
   

เตือนประชาชนระวังป่วยไข้หวัดใหญ่

| อ่าน 2 ครั้ง
เตือนประชาชนระวังป่วยไข้หวัดใหญ่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชน ระวังป่วยด้วยโรคไข้หวัด...

 
 

ชวนลูกกินมื้อเช้าให้เป็นนิสัย

| อ่าน 2 ครั้ง
ชวนลูกกินมื้อเช้าให้เป็นนิสัย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะพ่อแม่ ทำอาหารเช้า 7 เมนูง่ายๆ ครบ 5 หม...

 
   

9 ของแถมสุขภาพที่มาพร้อมกับความอ้วน

| อ่าน 1 ครั้ง
9 ของแถมสุขภาพที่มาพร้อมกับความอ้วน สำหรับคนอ้วนหรือคนที่มีน้ำหนักเกิน มักประสบปัญหาสุขภาพได้ง่ายเม...

 
 

ตะคริวอาการ

(11/05/2562)
‘ตะคริว’ อาการที่ไม่มีใครอยากเป็น โดย Porraphat Jutrakul ตะคริวเป็นอาการที่ไม่มีใค...

 
   

10 เทคนิคสื่อสารลูกวัยทีน

(11/05/2562)
10 เทคนิค สื่อสารอย่างไรกับลูกวัยทีน โดย Thianthip Diawkee “ทำไมลูกเป็นอย่างนั้น ทำไมลูก...

 
 

อาหารแปรรูปทำลายไต

(11/05/2562)
อาหารแปรรูป วายร้ายทำลายไต โดย arphawan sopontammarak 75% ของการเสียชีวิตของคนไทย มาจากโรคไม่ต...

 
   

กินอาหารเวฟบ่อยๆเสี่ยง?

(20/05/2562)
กินอาหารเวฟบ่อย ๆ เสี่ยงหรือไม่? ด้วยรูปแบบชีวิตทันสมัยของคนรุ่นใหม่ อะไรๆ ก็เร่งรีบสะดวกรวดเร็วไปเ...

 
 

ใช้รถเข็นเด็กให้ปลอดภัย

(20/05/2562)
ใช้รถเข็นเด็ก อย่างไรให้ปลอดภัย โดย gidanan ganghair ผลการสำรวจพบว่าเด็กต้องอยู่ในรถเข็นที่มีค...

 
   

ขยะอันตรายที่ใกล้ตัว

(20/05/2562)
ขยะอันตราย...ที่ใกล้ตัว โดย gidanan ganghair ขึ้นชื่อว่าเป็นขยะอันตราย ย่อมต้องอันตรายสมชื่อแน...

 
 

ระวังความรุนแรงจากละคร

(20/05/2562)
ระวังความรุนแรงจากละคร โดย gidanan ganghair พ่อแม่บางคนอาจปล่อยให้ลูกดูละครโทรทัศน์โดยที่ไม่ได...

 
   

จะเลือกผักยังไง?

(20/10/2561)
จะเลือกผักยังไง? โดย Porraphat Jutrakul การนำผักที่ไม่สะอาดปลอดภัยมาบริโภค อาจจะนำพิษภัยอะไรมา...

 
 

วิ่ง...ครั้งแรก

(20/10/2561)
วิ่ง...ครั้งแรก โดย Porraphat Jutrakul หลายคนที่เริ่มวิ่งครั้งแรก ก็เกิดปัญหาว่า ภายหลังการวิ่...

 
   

4 โรคภูมิแพ้เป็นกันเยอะ

(20/10/2561)
4 โรคภูมิแพ้ ที่คนไทยเป็นมากที่สุด โดย Porraphat Jutrakul แพ้นมวัว แพ้กุ้งเผา แพ้อาหารทะเล แพ้ยา...

 
 

ตากระตุก

(20/10/2561)
ตากระตุก ไม่ใช่แค่ ขวาร้าย-ซ้ายดี โดย gidanan ganghair เพื่อนเคยมีอาการแบบนี้ไหม? วันไหนอยู่...

 
   

คนไข้สะเก็ดเงิน

(26/10/2561)
หยุดตีตรา คนไข้สะเก็ดเงิน เพราะไม่ติดต่อ โดย Porraphat Jutrakul สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ชี...

 
 

สารปนเปื้อน อันตราย

(26/10/2561)
สารปนเปื้อน อันตรายที่คาดไม่ถึง โดย Thianthip Diawkee หลายคนอาจละเลยและคาดไม่ถึงว่า ถ้าร่างก...

 
   

พิษภัยจากผัก

(26/10/2561)
พิษภัยจากผัก โดย Porraphat Jutrakul ในการกินผักให้เกิดประโยชน์นั้น เราจะต้องคำนึงถึงความสะ...

 
 

รู้ทันฉลากสินค้า

(26/10/2561)
รู้ทันฉลากสินค้า โดย Thianthip Diawkee สินค้าอุปโภคบริโภคมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่...

 
   

โรคพิษสุนัขบ้า

(18/11/2561)
โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ เกิดจากเชื้อไวรัสเรบี่ส์ (Rabies Virus) เ...

 
 

เมื่อเราดื่มน้ำน้อย

(18/11/2561)
เมื่อเราดื่มน้ำน้อย โดย Chomnapas Wangein "ร่างกายของเรา มีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 70%" น้ำในร่าง...

 
   

วิธีขจัดความเครียด

(18/11/2561)
วิธีขจัดความเครียด โดย Thianthip Diawkee เมื่อรู้ตัวว่าเครียดแล้ว ก็ถึงเวลาคลายเครียด ซึ่งมีหล...

 
 

ระดับความเครียด

(18/11/2561)
ระดับของความเครียด โดย Thianthip Diawkee ความเครียดไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิดปกติของอวัยวะในร่าง...

 
   

ล้างพิษดิจิทัล

(24/11/2561)
ล้างพิษดิจิทัล โดย Thianthip Diawkee เครื่องมือดิจิทัลนั้นมีประโยชน์แต่ถ้าใช้มากเกินไป อาจเก...

 
ดูทั้งหมด >> 

ติดต่ออีเมล์สมาคมพิทักษ์ประโยชน์ผู้บริโภค : consumerprotection2521@gmail.com

 
Menu
หน้าแรก
ศูนย์ราชการสะดวก
สื่อวิทยุสมาคม
ข่าวสาร
สรุปกิจกรรม 2560
สรุปกิจกรรม 2559
สรุปกิจกรรม 2558
สรุปกิจกรรม 2557
สรุปกิจกรรม 2556
สรุปกิจกรรม 2555
การร้องเรียน
ติดต่อเรา
แผนผังเว็บไซต์
สถิติเรื่องร้องเรียน
สมัครสมาชิก
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 09/12/2010
ปรับปรุง 20/05/2019
สถิติผู้เข้าชม989,209
Page Views1,170,348
« May 2019»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
view