http://www.consumerprotection.or.th
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 สิทธิและหน้าที่ของผู้บริโภค  เกี่ยวกับสมาคม  ผลการดำเนินงาน  สมัครสมาชิก  ติดต่อเรา
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
สาระน่ารู้เกี่ยวกับผู้บริโภค
ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ด้านบริการทางการแพทย์
ด้านอสังหาริมทรัพย์
ด้านอื่น ๆ
บทความ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง




 

ฝ้าและผลิตภัณฑ์ขจัดฝ้า

ช่วงนี้แดดแรงจริง ๆ ค่ะ อากาศร้อนมาก ๆ ฉลาดซื้อขอเอาใจสาว ๆ และคงต้องรวมหนุ่ม ๆ ด้วยเพราะสมัยนี้ หนุ่ม ๆ เขาก็หันมาใส่ใจการดูแลผิวไม่แพ้สาว ๆ กันเลยทีเดียว

 ความรู้ที่เก็บมาฝากก็มาจาก คอลัมน์ “สวยอย่างฉลาด” ในนิตยสารฉลาดซื้อ เขียนโดย รศ.ดร.พิมลพรรณ พิทยานุกุล คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

 ฝ้าและผลิตภัณฑ์ขจัดฝ้า

สาเหตุหลักของการเกิดฝ้านั้นเกิดจากผิวหนังมีการสะสมเม็ดสีหรือที่เรียกว่า “เมลานินพิกเม้นท์” (Melanin pigment) มากเกินไป และกระจายไม่สม่ำเสมอทั่วผิวหน้า

เซลล์สร้างเม็ดสีคือ เมลาโนไซท์ (Melanocytes) เป็นเซลล์ชนิดหนึ่งของหนังกำพร้า มีหน้าที่สร้างเม็ดสีให้ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังคนเรามีสีผิว ถ้าเซลล์เหล่านี้เกิดผิดปกติโดยเกิดการสร้างเม็ดสีมากเกินไปหรือน้อยเกินไปในบางตำแหน่งของผิวหนัง ก็อาจทำให้ผิวหนังเป็นรอยด่างดำส่วนใหญ่จะเกิดบริเวณผิวหน้า

ความผิดปกติในการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสีนั้น เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย เช่น หญิงที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ ผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิด หญิงในวัยหมดประจำเดือน และผู้ที่ใช้เครื่องสำอางผสมฮอร์โมนเพศ

นอกจากนี้ยังพบว่าปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งภายนอกร่างกายคือ แสงแดดจากดวงอาทิตย์ จะทำหน้าที่กระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสีมากขึ้น ดังนั้นการเกิดฝ้าจึงมักเกิดขึ้นกับคนเอเชียซึ่งมีแสงแดดมากตลอดทั้งปี
 
หลักการยับยั้งการสร้างเม็ดสีนั้นทำได้โดยการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่มีชื่อว่า ไทโรซิเนส (Tyrosinase enzyme) ดังนั้นผลิตภัณฑ์ขจัดฝ้าทุกชนิดจึงประกอบไปด้วยตัวยาสำคัญที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งการทำงานของไทโรซิเนส ทำให้เม็ดสีไม่ถูกสร้างขึ้น

 ตัวยาที่ได้ผลมากคือ ไฮโดรควิโนน ความเข้มข้นระหว่าง 2.0 % ถึง 4.0% ในรูปแบบของครีมหรือขี้ผึ้ง ซึ่งจัดอยู่ในประเภทของ ยา ไม่ใช่ เครื่องสำอาง

ข้อเสียของไฮโดรควิโนนคือ เมื่อทายาเป็นประจำ ฝ้าจะค่อย ๆ จางหายไปจนเกิดรอยด่างขาว และเมื่อหยุดใช้ยาฝ้าหรือรอยด่างดำจะกลับมาใหม่อีก เป็นเช่นนี้เรื่อย ๆ

ที่สำคัญคือ ผู้ที่ได้รับยาไฮโดรควิโนน หากผิวหน้าได้รับแสงแดดจะเกิดอาการแพ้แดด ระคายเคือง แดง บวม และ อักเสบได้ง่ายจึงไม่ควรใช้ หรือควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนัง

ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เคมีได้ค้นพบสารเคมีใหม่ ๆ ที่มีลักษณะกลไกการทำงานคล้ายไฮโครควิโนนมากมายแต่ปลอดภัยกว่า เช่น สารสกัดจากพืชสมุนไพร bearberry extracts ซึ่งมีสาร สำคัญคือ อาร์บูติน (arbutine)

สารดังกล่าวเมื่อถูกดูดซึมเข้าสู่ผิวหนัง จะมีการสลายตัวกลายเป็นไฮโดรควิโนนทำให้มีประสิทธิภาพยับยั้งการสร้างเม็ดสีได้เช่นกัน จะพบได้ในเครื่องสำอางหลายชนิดที่มีสารสกัดชนิดนี้เป็นองค์ประกอบ แต่ใช้ได้ปลอดภัยกว่าไฮโดรควิโนนเนื่องจากเป็นสารสกัดจากธรรมชาติซึ่งมีความเข้มข้นต่ำ

อย่างไรก็ตามมีนักวิจัยหลาย ๆ ท่านที่แสดงความเป็นห่วงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นคล้ายไฮโดรควิโนน ผู้ที่ใช้เครื่องสำอางดังกล่าวจึงควรใช้ควบคู่กับครีมกันแดด

 สารสำคัญที่ถูกค้นพบและใช้ในเครื่องสำอางอีกหลาย ๆ ชนิดที่มีกลไกการทำงานคือยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนสไม่ให้สร้างเม็ดสีที่พบบนฉลากเครื่องสำอาง เช่น โคจิก แอซิค (Kojicacid) สารสกัดจากใบหม่อน (mulberry extract) และล่าสุดมีการนำสารเทนนินที่พบในพืชทั่ว ๆ ไป เช่น จากใบชา มาผสมในเครื่องสำอางเพื่อช่วยให้หน้าขาว กลไกหลักก็คือเทนนินจากพืชสามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนสได้เช่นกัน

ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ จะขึ้นอยู่กับการที่สารสำคัญที่อยู่ในเนื้อครีมสามารถแทรกซึมเข้าสู่ผิวหนังชั้นลึกลงไปได้หรือไม่ หากไม่ได้หรือได้แต่น้อยมาก ประสิทธิผลก็จะไม่เกิด เพราะฝ้า หรือ “ กลุ่มของเม็ดสี” นั้นอยู่ในผิวหนังขั้นที่ลึกลงไป
เราจึงพบโดยทั่วไปว่าผลิตภัณฑ์ขจัดฝ้าไม่ได้ผลแต่หากเป็นยาแรง ๆ เช่นไฮโครดวิโนน หรือยาควบคุมพิเศษอื่นก็เกิดอันตรายและก็ไม่หายขาดอยู่ดี

 ดังนั้นวิธีการดีที่สุดคือป้องกันผิวหน้าไม่ให้ได้รับแสงแดดจัดโดยตรงและใช้ครีมกันแดด

เมื่ออ่านถึงตรงนี้ผู้บริโภคหลายๆ ท่านอาจคิดได้ว่าจำเป็นหรือไม่ในการใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดฝ้า หรือผลิตภัณฑ์ช่วยให้หน้าขาวขึ้น เพราะไม่ใช่เครื่องสำอางธรรมดา ๆ แต่มีอันตรายแฝงอยู่ได้ในหลายผลิตภัณฑ์ทีเดียว

 ที่มา : http://www.consumerthai.org/main/index.php?option=com_content&view=article&id=2167:2012-04-02-04-21-44&catid=104:สาระดีดีจากฉลาดซื้อ&Itemid=206

 
Menu
หน้าแรก
ศูนย์ราชการสะดวก
สื่อวิทยุสมาคม
ข่าวสาร
สรุปกิจกรรม 2560
สรุปกิจกรรม 2559
สรุปกิจกรรม 2558
สรุปกิจกรรม 2557
สรุปกิจกรรม 2556
สรุปกิจกรรม 2555
การร้องเรียน
ติดต่อเรา
แผนผังเว็บไซต์
สถิติเรื่องร้องเรียน
สมัครสมาชิก
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 09/12/2010
ปรับปรุง 08/12/2018
สถิติผู้เข้าชม972,586
Page Views1,146,692
« December 2018»
SMTWTFS
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031     
view