http://www.consumerprotection.or.th
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 สิทธิและหน้าที่ของผู้บริโภค  เกี่ยวกับสมาคม  ผลการดำเนินงาน  สมัครสมาชิก  ติดต่อเรา
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
สาระน่ารู้เกี่ยวกับผู้บริโภค
ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ด้านบริการทางการแพทย์
ด้านอสังหาริมทรัพย์
ด้านอื่น ๆ
บทความ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง




 

ดูแลเท้าเมื่อเป็นเบาหวาน

ดูแลเท้าอย่างไร เมื่อเป็นเบาหวาน

ดูแลเท้าอย่างไร? เมื่อเป็นเบาหวาน ผู้เป็นเบาหวาน ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานานมีความเสี่ยงสูงต่อการถูกทำลายระบบประสาทและหลอดเลือดส่วนปลาย ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการดังนี้ 

1. ระบบประสาทรับความรู้สึกเสียหาย เมื่อเกิดการบาดเจ็บที่เท้าจะไม่สามารถรับความรู้สึกจึงมักเกิดแผลที่เท้าโดยไม่รู้ตัวได้ง่าย

2. ระบบประสาทสั่งการกล้ามเนื้อในเท้าเสียหาย ทำให้เท้าผิดรูป เมื่อเกิดจุดกดทับบริเวณฝ่าเท้าเนื่องจากมีการยืนและเดินลงน้ำหนักในบางตำแหน่งมากเกินไป ทำให้เกิดหนังด้านแข็ง ซึ่งเป็นสาเหตุของแผลได้

3. ระบบประสาทออโตโนมิกเสียหาย ทำให้ผิวหนังแห้งเป็นแผลง่าย

หากหลอดเลือดที่มาเลี้ยงขาและเท้ามีปัญหาจะทำให้ขบวนการการรักษาแผลของร่างกายเป็นไปอย่างล่าช้า ทั้งนี้หากมีการติดเชื้อรุนแรงร่วมด้วยผู้ป่วยอาจต้องถูกตัดเท้าหรือขา ซึ่งผู้เป็นเบาหวานมีความเสี่ยงต่อการถูกตัดขามากกว่าผู้ที่ไม่เป็นเบาหวานถึง 25 เท่า โดยผู้ที่เป็นเบาหวานที่มีประวัติการมีแผลมาก่อน มีโอกาสการเกิดแผลซ้ำใน 5 ปี คิดเป็นร้อยละ 70 ทั้งนี้พบว่า ร้อยละ 85 ของการสูญเสียสามารถป้องกันได้โดยการตรวจและดูแลรักษาตั้งแต่ระยะแรก ดังนั้น การตรวจค้นหาและดูแลตั้งแต่ระยะแรกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพเท้าในผู้เป็นเบาหวาน

ปัจจัยเสี่ยงการเกิดแผลที่เท้าในผู้เป็นเบาหวาน

การเกิดแผลที่เท้าในผู้เป็นเบาหวานสัมพันธ์กับโรคปลายประสาทเสื่อมจากเบาหวานและโรคเส้นเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน แล้วยังมีปัจจัยอื่นๆ ได้แก่

เพศชาย                                                                   

อายุ 

สูบบุหรี่

เป็นเบาหวานมานานและมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง  

มีประวัติการตัดนิ้วเท้าหรือขา

เท้าผิดรูปมีหนังด้านแข็งที่ฝ่าเท้า

มีประวัติแผลที่เท้ามาก่อนหรือมีการเกิดแผลซ้ำใน 2-5 ปี

มีจอประสาทตาผิดปกติจากโรคเบาหวาน

มีภาวะแทรกซ้อนที่ไตจากโรคเบาหวาน

การประเมินสภาพเท้าผู้เป็นเบาหวาน

1. การตรวจเท้าอย่างละเอียดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

2. การประเมินสภาพปลายประสาทโดยใช้ Monofilament น้ำหนัก 10 กรัม

3. การประเมินการกระจายน้ำหนักฝ่าเท้าด้วยเครื่อง Computerized foot scan

4. การตรวจคัดกรองภาวะหลอดเลือดแดงตีบ ด้วยวิธี Ankle-Brachial Index (ABI)

 

ระดับความเสี่ยงของการเกิดแผลที่เท้าสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน

1. ระดับความเสี่ยงต่ำ ได้แก่ ผู้เป็นเบาหวานที่ไม่มีแผลที่เท้าขณะประเมิน ไม่มีประวัติการเป็นแผลที่เท้าหรือถูกตัดขา / เท้า / นิ้วเท้า ผิวหนังและรูปเท้าผิดปกติ ผลการประเมินการรับความรู้สึกในการป้องกันตนเองที่เท้าและชีพจรปกติ

2. ระดับความเสี่ยงปานกลาง ได้แก่ ผู้เป็นเบาหวานที่ตรวจพบผลการประเมินการรับความรู้สึกในการป้องกันตนเองที่เท้าผิดปกติและ/หรือ ชีพจรเท้าเบาลง หรือตรวจค่า ABI < 0.9 ควรพิจารณาอุปกรณ์เสริมในรองเท้าหรือรองเท้าที่เหมาะสมและนัดตรวจเท้าอย่างละเอียดทุก 6 เดือน

3. ระดับความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้เป็นเบาหวานที่มีประวัติมีแผลที่เท้าหรือถูกตัดขา / เท้า / นิ้วเท้า หรือมีความเสี่ยงปานกลางร่วมกับพบเท้าผิดรูป ควรพิจารณาตัดรองเท้าพิเศษ และนัดตรวจเท้าอย่างละเอียดทุก 3 เดือน

 

วิธีการดูแลรักษาเท้าของผู้เป็นเบาหวาน

1. สำรวจเท้าและทำความสะอาดเท้าทุกวัน หากพบความผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์

2. ทาโลชั่นทุกวันทันทีภายหลังจากทำความสะอาด

3. การดูแลเล็บ การตัดเล็บเท้าควรทำด้วยความระมัดระวังและตัดอย่างถูกวิธี

4. ถ้ามีผิวหนังที่หนา หากพัฒนาจนแข็งเป็นก้อน ควรได้รับการตัดให้ บางทุกๆ 4-8 สัปดาห์ โดยผู้ชำนาญ

5. เลือกใช้รองเท้าที่ถูกสุขลักษณะมีขนาดพอดีไม่คับหรือไม่หลวมจนเกินไป

6. สวมถุงเท้าเพื่อคงความชุ่มชื้นและสามารถลดการเสียดสี

7. กรณีเกิดบาดแผลต้องรีบพบแพทย์และรักษาโดยเร็ว

https://www.thaihealth.or.th/Content/53528

 
Menu
หน้าแรก
ศูนย์ราชการสะดวก
สื่อวิทยุสมาคม
ข่าวสาร
สรุปกิจกรรม 2562
สรุปกิจกรรม 2561
สรุปกิจกรรม 2560
สรุปกิจกรรม 2559
สรุปกิจกรรม 2558
สรุปกิจกรรม 2557
สรุปกิจกรรม 2556
สรุปกิจกรรม 2555
สรุปกิจกรรม 2554
สรุปกิจกรรม 2553
การร้องเรียน
ติดต่อเรา
แผนผังเว็บไซต์
สถิติเรื่องร้องเรียน
สมัครสมาชิก
เว็บบอร์ด
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 09/12/2010
ปรับปรุง 16/01/2021
สถิติผู้เข้าชม1,103,078
Page Views1,317,400
« January 2021»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      
view