http://www.consumerprotection.or.th
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 สิทธิและหน้าที่ของผู้บริโภค  เกี่ยวกับสมาคม  ผลการดำเนินงาน  สมัครสมาชิก  ติดต่อเรา
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
สาระน่ารู้เกี่ยวกับผู้บริโภค
ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ด้านบริการทางการแพทย์
ด้านอสังหาริมทรัพย์
ด้านอื่น ๆ
บทความ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง




 

เลือกซื้อคอนโดฯ อย่าหลงเชื่อคำโฆษณา ตรวจตราให้รอบคอบ

               ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่นิยมซื้อหาที่พักอาศัยอยู่ในตัวเมืองตามคอนโดมิเนียม ซึ่งมีข้อดีหลายประการ อาทิ  ความสะดวกสบาย ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง  เพิ่มเวลาในการพักผ่อน การทำกิจกรรมอื่นๆ การดูแลรักษาก็ง่ายกว่าบ้านเพราะพื้นที่ใช้สอยไม่มาก  ตลอดจนบางรายซื้อหาเอาไว้เพื่อเป็นการลงทุน เหตุผลดังกล่าวทำให้ยอดขายคอนโดมิเนียมพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โครงการต่างๆ ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด จากสถิติการจดทะเบียนอาคารชุดในปี ๒๕๕๓ ของสำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  กรมที่ดิน  พื้นที่กรุงเทพมหานคร  มีการก่อสร้างคอนโดมิเนียมใหม่ จำนวน ๒๒,๖๑๙ ยูนิต ในส่วนของต่างจังหวัด จำนวน ๑๗,๓๓๔ ยูนิต  

               จากความต้องการและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐที่เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อบ้านหลังแรกราคาไม่เกิน ๓  ล้านบาท ได้รับการยกเว้นดอกเบี้ยใน ๒ ปีแรก และแนวโน้มที่มีการเร่งพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อรองรับเส้นทางรถไฟฟ้าส่งผลให้สถานการณ์การแข่งขันของตลาดคอนโดมิเนียมทวีความรุนแรง ทั้งในด้านราคา ทำเลที่ตั้ง คุณภาพของโครงการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มลูกค้า  จุดขายต่างๆ ถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์ สร้างความดึงดูดใจ หลายต่อหลายครั้งจึงมักได้ยินข่าวที่ผู้บริโภคร้องเรียนเนื่องจากพบว่าไม่เป็นไปตามโฆษณา  ผู้ประกอบการผิดสัญญา  หรือจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่เกิดจากตัวผู้บริโภคเอง

               สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จึงขอแนะนำข้อควรปฏิบัติที่ใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาก่อนผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อช่วยให้ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือป้องกันความเสียหายที่อาจเกิด โดยก่อนซื้อคอนโดมิเนียมควรตรวจสอบในเบื้องต้น ดังนี้
               ๑. ศึกษาข้อมูลของผู้ประกอบการว่าเป็นอย่างไร เช่น พิจารณาจากประสบการณ์ ความชำนาญ และชื่อเสียงของผู้ประกอบการโครงการ เป็นต้น 
               ๒. ศึกษาและตรวจสอบรายละเอียดของเนื้อหาสัญญาจะซื้อจะขายกรรมสิทธิ์ห้องชุดว่าเป็นธรรมและไม่เอารัดเอาเปรียบ ระยะเวลาการก่อสร้างแล้วเสร็จตามที่ระบุไว้ในสัญญาหรือไม่  รายละเอียดประกอบสัญญา ได้แก่ รายการวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างอาคารชุดตรงตามสัญญาหรือไม่ ระยะเวลาการรับประกันความเสียหายมีระบุไว้หรือไม่ เป็นต้น
               ๓. ห้องที่ทำสัญญามีลักษณะถูกต้องตรงตามตัวอย่างที่โฆษณาหรือไม่ รวมถึงขนาดของห้องที่ตกลงทำสัญญาตรงตามสัญญาหรือไม่
               ๔. อัตราค่าใช้จ่ายส่วนกลางหรือกองทุนของนิติบุคคลอาคารชุดเหมาะสมสอดคล้องกับงบประมาณรายจ่ายการบริหารจัดการทรัพย์ส่วนกลางหรือไม่
  
               ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ออกประกาศให้ธุรกิจขายห้องชุด เป็นธุรกิจควบคุมสัญญา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่และจำเป็นต้องปฏิบัติตามประกาศที่ได้กำหนดไว้ หากผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนและไม่เป็นธรรมสามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน สคบ. ๑๑๖๖

ที่มา : http://www.ocpb.go.th/show_news.asp?id=1504

 
Menu
หน้าแรก
ศูนย์ราชการสะดวก
สื่อวิทยุสมาคม
ข่าวสาร
สรุปกิจกรรม 2560
สรุปกิจกรรม 2559
สรุปกิจกรรม 2558
สรุปกิจกรรม 2557
สรุปกิจกรรม 2556
สรุปกิจกรรม 2555
การร้องเรียน
ติดต่อเรา
แผนผังเว็บไซต์
สถิติเรื่องร้องเรียน
สมัครสมาชิก
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 09/12/2010
ปรับปรุง 08/12/2018
สถิติผู้เข้าชม972,584
Page Views1,146,690
« December 2018»
SMTWTFS
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031     
view